หลายคนที่เคยมีอาการ ตกขาวมีกลิ่น รักษาจนหายไปแล้ว แต่ผ่านไปไม่กี่เดือนกลิ่นก็กลับมาอีก บางคนเปลี่ยนสบู่ เปลี่ยนแผ่นอนามัย หรือหันไปสวนล้างช่องคลอด แต่บางวิธีกลับยิ่งทำให้กลิ่นกลับมาง่ายขึ้น ก่อนหาวิธีแก้กลิ่นแบบใหม่มาใช้ จึงควรเลิกนิสัยที่รบกวนสมดุลในช่องคลอดก่อน และถ้ากลิ่นผิดปกติยังไม่หาย ควรไปตรวจหาสาเหตุ จะได้ใช้ยาให้ถูกกับเชื้อ
บทความนี้รวบรวมวิธีป้องกันที่ทำได้เองในชีวิตประจำวัน ตารางเทียบการตรวจแต่ละแบบว่าตรวจหาอะไรและเหมาะกับใคร สิ่งที่ควรเตรียมก่อนไปพบแพทย์ และแนวทางการรักษาเมื่อรู้สาเหตุแล้ว เพื่อให้ไปตรวจแล้วรู้สาเหตุของกลิ่น ไม่ต้องเสียเวลาเดาซื้อยามาใช้เอง
กลิ่นตกขาวเปลี่ยนไป เกิดจากอะไร

ช่องคลอดที่สุขภาพดีมีแบคทีเรียดีกลุ่มแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) อยู่มาก แบคทีเรียกลุ่มนี้ช่วยให้ช่องคลอดเป็นกรดอ่อน ๆ และยับยั้งเชื้อก่อโรคบางชนิดไม่ให้เพิ่มจำนวน เมื่อสมดุลนี้เสียไป กลิ่นตกขาวก็เปลี่ยน สาเหตุของกลิ่นผิดปกติที่พบบ่อย โดยเฉพาะกลิ่นคาวปลา คือภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียและโรคพยาธิในช่องคลอด บางรายเกิดจากสิ่งแปลกปลอมที่ค้างอยู่ในช่องคลอด ส่วนเชื้อราในช่องคลอดก็ทำให้ตกขาวผิดปกติได้บ่อยเช่นกัน แต่มักทำให้คันมากและตกขาวข้นเป็นก้อน มากกว่าทำให้มีกลิ่นคาวปลา
นิสัยหลายอย่างที่ทำอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัวก็ทำให้สมดุลนี้เสียไปได้ การปรับนิสัยจึงช่วยลดโอกาสที่กลิ่นจะกลับมา ใครที่อยากรู้ลักษณะกลิ่นแต่ละแบบ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ตกขาวแบบไหนปกติ แบบไหนผิดปกติ และ กลิ่นคาวปลาเกี่ยวกับการติดเชื้อไหม
ตกขาวมีกลิ่น ป้องกันยังไง

ในชีวิตประจำวัน ให้เน้นลดสิ่งที่รบกวนแบคทีเรียดี และไม่ปล่อยให้จุดซ่อนเร้นอับชื้นนาน ๆ โดยทำได้ดังนี้
- ใช้น้ำสะอาดล้างเฉพาะภายนอก ไม่ต้องสวนล้างหรือฉีดน้ำเข้าไปในช่องคลอด ถ้าจะใช้สบู่ ควรเลือกสูตรอ่อนโยนที่ไม่มีน้ำหอม และใช้กับผิวด้านนอกเท่านั้น
- เลิกฉีดสเปรย์ดับกลิ่นและโรยแป้งที่จุดซ่อนเร้น ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ทำให้ผิวบริเวณนั้นระคายเคืองง่าย และกลิ่นหอมที่กลบไว้ยังทำให้สังเกตกลิ่นผิดปกติได้ช้าลง
- เปลี่ยนชุดที่เปียกให้เร็ว ทั้งชุดออกกำลังกายที่ชุ่มเหงื่อและชุดว่ายน้ำ ชุดชั้นในก็ควรเป็นผ้าฝ้ายที่ไม่รัดแน่น เพราะระบายอากาศได้ดีกว่าผ้าสังเคราะห์
- ใช้แผ่นอนามัยเฉพาะวันที่จำเป็น การใช้แผ่นอนามัยทุกวันทำให้บริเวณนั้นอับชื้นอยู่ตลอด ยิ่งเป็นแบบมีน้ำหอม ยิ่งเสี่ยงต่อการระคายเคือง
- ไม่ใส่ผ้าอนามัยแบบสอดหรือถ้วยอนามัยค้างไว้นาน ผ้าอนามัยแบบสอดควรเปลี่ยนตามเวลาที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์และไม่ใส่นานเกิน 8 ชั่วโมง ถ้วยอนามัยก็ควรล้าง ฆ่าเชื้อ และใส่ไม่เกินเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด ถ้าสงสัยว่ามีผ้าอนามัยแบบสอดหรือถ้วยอนามัยค้างอยู่ในช่องคลอดแล้วนำออกเองไม่ได้ ควรให้แพทย์นำออก ไม่ควรใช้ของอื่นสอดเข้าไปดึงเอง
- เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลังทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ การเช็ดแบบนี้เป็นสุขอนามัยพื้นฐานที่ช่วยไม่ให้เชื้อจากบริเวณทวารหนักติดมาใกล้ช่องคลอด แม้วิธีนี้จะไม่ได้ป้องกันภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียโดยตรง
ในเรื่องเพศสัมพันธ์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุว่าภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียพบบ่อยในผู้ที่ไม่ใช้ถุงยางอนามัย มีคู่นอนใหม่หรือหลายคน และสวนล้างช่องคลอด การใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยลดความเสี่ยงของภาวะนี้และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไปพร้อมกัน
ผู้ที่ใส่ห่วงอนามัยชนิดทองแดงแล้วกลิ่นกลับมาบ่อย ควรปรึกษาแพทย์ว่าห่วงอนามัยเกี่ยวข้องกับอาการหรือไม่ และบางการศึกษายังพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่เกิดภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียบ่อยกว่าผู้ที่ไม่สูบ
ความเชื่อที่ว่าของหมักดอง ของหวาน หรืออาหารกลิ่นแรงทำให้กลิ่นตกขาวแรงขึ้น ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนรองรับ แต่ผู้ที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่อง เช่น ผู้ที่เป็นเบาหวานแต่ยังคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี จะติดเชื้อราในช่องคลอดได้บ่อยกว่าคนทั่วไป
กลิ่นผิดปกติแบบไหนควรไปตรวจ และตรวจอะไรบ้าง

ลองเทียบอาการที่เป็นอยู่กับ 3 กรณีต่อไปนี้ เพื่อดูว่าควรไปพบแพทย์เร็วแค่ไหน
- ควรไปพบแพทย์โดยไม่ต้องรอดูอาการ เมื่อมีไข้ ปวดท้องน้อย มีเลือดออกผิดปกติ มีแผลหรือตุ่มที่อวัยวะเพศ กำลังตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่ามีผ้าอนามัยแบบสอดค้างอยู่ในช่องคลอด อาการกลุ่มนี้อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่ลุกลาม หรือเป็นภาวะที่ต้องให้แพทย์ดูแลโดยเร็ว
- ควรนัดตรวจหาสาเหตุ เมื่อมีกลิ่นชัดและไม่หายไป มีอาการคันหรือแสบ ตกขาวเปลี่ยนสี เป็นซ้ำบ่อย หรืออาการไม่หายหลังรักษาครบ แพทย์จะตรวจตกขาวเพื่อหาเชื้อที่เป็นสาเหตุ
- สังเกตอาการต่อได้ เมื่อกลิ่นเปลี่ยนไปเล็กน้อยช่วงมีประจำเดือนหรือหลังออกกำลังกาย แล้วจางหายเองโดยไม่มีอาการอื่น กลิ่นแบบนี้มักเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ากลิ่นยังอยู่นานหรือมีอาการอื่นตามมา ควรนัดตรวจ
รายละเอียดของสัญญาณเตือนแต่ละแบบอ่านได้ที่ สัญญาณเตือนที่ควรพบแพทย์
ถ้ายังไม่รู้สาเหตุ ไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อหรือยาสอดมาใช้เองซ้ำ ๆ เพราะภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย การติดเชื้อรา โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การระคายเคือง และระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ ทำให้มีอาการคล้ายกันแต่รักษาต่างกัน แพทย์จะเลือกรายการตรวจจากอาการ ประวัติ และความเสี่ยงของแต่ละคน ผู้ที่ไปตรวจจึงไม่จำเป็นต้องตรวจครบทุกรายการ
| การตรวจ | ตรวจหาอะไร | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| ตรวจตกขาว | เชื้อที่ทำให้เกิดกลิ่น | ผู้ที่มีกลิ่นผิดปกติ คัน แสบ หรือตกขาวเปลี่ยนสี |
| ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ | หนองในเทียม หนองใน พยาธิในช่องคลอด เอชไอวี และซิฟิลิส | ผู้ที่มีคู่นอนใหม่หรือหลายคน คู่นอนติดเชื้อ หรือกำลังตั้งครรภ์ |
| ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (แปปสเมียร์) | ความผิดปกติที่ปากมดลูกและเชื้อเอชพีวี (HPV) | ผู้ที่ถึงกำหนดตรวจตามช่วงอายุ หรือแพทย์พบข้อบ่งชี้ |
| ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด | ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหรือเบาหวาน | ผู้ที่ติดเชื้อราในช่องคลอดซ้ำ หรือมีความเสี่ยงเป็นเบาหวาน |
| ตรวจฮอร์โมนเพศหญิง | ระดับเอสโตรเจนและฮอร์โมนที่ควบคุมรอบเดือน | ผู้ที่มีอาการวัยใกล้หมดประจำเดือน หรือรอบเดือนไม่สม่ำเสมอ |
แพทย์จะหาสาเหตุของกลิ่นจากการตรวจตกขาวเป็นหลัก แล้วจึงสั่งตรวจอย่างอื่นเพิ่มตามความเสี่ยงของแต่ละคน โดยเฉพาะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพราะบางโรคในกลุ่มนี้ไม่แสดงอาการ หากไม่ได้รักษา เชื้ออาจลุกลามจนเกิดภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ และส่งผลต่อการมีบุตรได้
เตรียมตัวก่อนไปตรวจตกขาว
ผู้ที่มีอาการไม่ต้องเลื่อนนัดเพื่อเตรียมตัว ถ้าเพิ่งใช้ยาสอด สวนล้าง หรือมีเพศสัมพันธ์ ให้แจ้งแพทย์ว่าทำอะไรไปเมื่อไร ส่วนผู้ที่นัดตรวจล่วงหน้าได้ หรือนัดตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกไปพร้อมกัน ควรเตรียมตัวดังนี้
- งดสวนล้าง และงดใช้ยาสอดหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ ในช่องคลอด 2 วันก่อนตรวจ สิ่งเหล่านี้ชะล้างตกขาวหรือทำให้ลักษณะตกขาวเปลี่ยนไป แพทย์จึงอ่านผลตรวจได้ยาก โดยเฉพาะผลตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
- งดมีเพศสัมพันธ์ 2 วันก่อนตรวจ น้ำอสุจิและเจลหล่อลื่นทำให้ลักษณะตกขาวเปลี่ยนไปชั่วคราว
- นัดช่วงที่ประจำเดือนมาไม่มาก ถ้าเลือกวันได้ เลือดประจำเดือนปริมาณมากอาจรบกวนการตรวจบางชนิด แต่ถ้ามีอาการที่ควรพบแพทย์เร็ว ไปพบแพทย์ได้เลยแม้มีประจำเดือนอยู่
- จดชื่อยาที่เคยใช้ไว้ ถ้าซื้อยามาใช้เองก่อนหน้า ให้นำกล่องยาไปด้วย หรือจดชื่อยาและวันที่เริ่มใช้ เพราะยาบางชนิดทำให้ตรวจไม่พบเชื้อชั่วคราว
- จดอาการไว้ล่วงหน้า เช่น กลิ่นเริ่มเมื่อไร ชัดขึ้นช่วงไหน เคยเป็นมาแล้วกี่ครั้ง และมีคันหรือแสบร่วมด้วยไหม แพทย์จะใช้ข้อมูลเหล่านี้ประเมินสาเหตุได้เร็วขึ้น
- ถามคลินิกเรื่องการงดอาหาร หากตรวจเลือดด้วย การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (FBS) มักต้องงดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง แต่ดื่มน้ำเปล่าได้ หากตรวจฮอร์โมนเพศด้วย ควรนัดวันตรวจตามที่คลินิกแนะนำ
ตรวจเจอสาเหตุแล้ว แพทย์รักษาอย่างไร
หลังรู้ผลตรวจ แพทย์จะเลือกยาตามเชื้อที่เป็นสาเหตุ ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ การติดเชื้อราในช่องคลอดรักษาด้วยยาต้านเชื้อรา และโรคพยาธิในช่องคลอดรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อชนิดกิน ยาบางกลุ่มมีทั้งแบบกินและแบบสอด แพทย์จะเลือกรูปแบบยาจากอาการ ประวัติแพ้ยา และการตั้งครรภ์ของแต่ละคน รายละเอียดของยาแต่ละชนิดและระยะเวลารักษา อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ยาที่ใช้รักษากลิ่นคาวปลาและระยะเวลารักษา
ระหว่างรักษา ควรใช้ยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง แม้กลิ่นจะจางลงก่อนยาหมด เพราะเชื้อที่ยังเหลืออยู่อาจกลับมาเพิ่มจำนวนอีก หากใช้ยาครบแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำ
ผู้ที่เป็นโรคพยาธิในช่องคลอดต้องให้คู่นอนรักษาไปพร้อมกันแม้คู่นอนจะไม่มีอาการ ส่วนภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะพิจารณาการรักษาคู่นอนเป็นรายกรณี ผู้ที่กลับมาเป็นซ้ำหลายครั้งจึงควรปรึกษาแพทย์เรื่องการรักษาคู่นอนฝ่ายชายร่วมด้วย ยาที่แพทย์สั่งเป็นยาสำหรับผู้ป่วยแต่ละคน จึงไม่ควรแบ่งให้คู่นอนใช้เอง
ตกขาวมีกลิ่นเป็นซ้ำบ่อย ตรวจหาปัจจัยร่วมที่ S'RENE by SLC
สำหรับผู้ที่รักษาครบแล้วแต่ตกขาวผิดปกติยังกลับมาบ่อย นอกจากตรวจหาเชื้อแล้ว แพทย์อาจมองหาปัจจัยร่วมที่ทำให้กลับมาเป็นซ้ำตามอาการของแต่ละคน ผู้ที่ติดเชื้อราในช่องคลอดซ้ำหรือมีความเสี่ยงเป็นเบาหวาน ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือด เพราะระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงต่อเนื่องทำให้เชื้อราเพิ่มจำนวนได้ดี บางคนก็เพิ่งรู้ว่าระดับน้ำตาลในเลือดเริ่มสูงตอนมาตรวจเรื่องเชื้อราซ้ำ
ส่วนผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือน เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ผนังช่องคลอดจะบางลงและแบคทีเรียดีลดจำนวนลง แต่อาการช่องคลอดแห้ง แสบ หรือตกขาวผิดปกติในวัยนี้ บางครั้งก็มาจากเนื้อเยื่อช่องคลอดที่บางลงเองโดยไม่ได้ติดเชื้อ การตรวจฮอร์โมนจึงเหมาะกับผู้ที่มีอาการวัยใกล้หมดประจำเดือนหรือรอบเดือนไม่สม่ำเสมอ แพทย์จะใช้ผลตรวจเลือดทั้งสองแบบประเมินปัจจัยร่วม และยังต้องอาศัยการตรวจตกขาวเพื่อหาสาเหตุของกลิ่น
แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันที่ S'RENE by SLC จะประเมินร่วมกับผู้รับบริการว่าควรตรวจรายการใด ผ่านโปรแกรมต่อไปนี้
- โปรแกรม Doctor Consultation* แพทย์จะซักประวัติการติดเชื้อที่ผ่านมา รอบเดือน วิธีคุมกำเนิด และโรคประจำตัว แล้วแนะนำว่าควรตรวจรายการใดเพิ่ม หากจำเป็นต้องตรวจภายในหรือตรวจตกขาว แพทย์จะแนะนำแนวทางการตรวจต่อ
- โปรแกรม S'RENE Preventive Check Up** โปรแกรมนี้ตรวจเลือดและปัสสาวะ 16 รายการ ในจำนวนนี้มีทั้งระดับน้ำตาลในเลือด (FBS) และระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) แพทย์จะใช้ผลตรวจประเมินว่ามีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงซึ่งอาจเป็นปัจจัยร่วมหรือไม่ และได้ดูสุขภาพด้านอื่นไปในคราวเดียว
- โปรแกรม His & Her Wellness Lab Check Up** โปรแกรมนี้ตรวจระดับฮอร์โมนเพศหญิง เช่น เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ร่วมกับรายการอื่นที่ต่างกันตามระดับ F1, F2 และ F3 เหมาะกับผู้หญิงที่มีอาการวัยใกล้หมดประจำเดือนหรือรอบเดือนไม่สม่ำเสมอ แพทย์จะนำผลตรวจมาประเมินร่วมกับอาการ เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเพศหญิงในระยะยาว
*ผลการตรวจและแผนการดูแลขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล **รายการตรวจแตกต่างกันตามโปรแกรมและระดับโปรแกรม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คลินิก
คำถามที่พบบ่อย
ตรวจภายในเจ็บไหม
ผู้ที่ตรวจภายในส่วนใหญ่จะรู้สึกตึงหรือหน่วงขณะแพทย์ใส่เครื่องมือ มากกว่ารู้สึกเจ็บ และการตรวจใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที การหายใจช้า ๆ และปล่อยหน้าท้องกับต้นขาให้ผ่อนคลายช่วยให้สบายขึ้น ถ้ารู้สึกเจ็บหรือกังวล บอกแพทย์ได้ตลอดการตรวจ แพทย์จะปรับขนาดเครื่องมือหรือหยุดพักให้
ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ตรวจตกขาวได้ไหม
ผู้ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ตรวจตกขาวได้ โดยแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มตรวจ แพทย์จะเลือกวิธีเก็บตัวอย่างที่เหมาะกับแต่ละคน เช่น ใช้ไม้พันสำลีขนาดเล็กเก็บตกขาวบริเวณปากช่องคลอด โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือถ่างช่องคลอดขนาดปกติ
ตรวจสุขภาพประจำปี รวมการตรวจตกขาวไหม
โปรแกรมตรวจสุขภาพทั่วไปของหลายสถานพยาบาลเน้นตรวจเลือดและปัสสาวะ จึงไม่ได้รวมการตรวจภายในหรือการตรวจตกขาว ควรดูรายการตรวจของแต่ละโปรแกรมก่อน ถ้ามีกลิ่นหรืออาการผิดปกติ ควรแจ้งแพทย์เพื่อนัดตรวจตกขาวเพิ่ม หากโปรแกรมตรวจสุขภาพมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหรือระดับฮอร์โมน แพทย์ใช้ผลตรวจเหล่านี้ประเมินปัจจัยร่วมได้เมื่อมีข้อบ่งชี้
สรุป ตกขาวมีกลิ่น ป้องกันด้วยนิสัยประจำวัน และควรตรวจเมื่อไร
วิธีป้องกันที่ทำได้เองคือ เลิกสวนล้างและเลิกใช้ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่น ล้างเฉพาะภายนอก ไม่ปล่อยให้จุดซ่อนเร้นอับชื้น และใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอ เมื่อกลิ่นชัดและไม่หายไป เป็นซ้ำ หรือมีอาการคัน แสบ ปวดท้องน้อย มีไข้ เลือดออกผิดปกติ หรือกำลังตั้งครรภ์ ควรไปตรวจตกขาวเพื่อหาสาเหตุ ส่วนการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ระดับน้ำตาลในเลือด และระดับฮอร์โมน แพทย์จะสั่งตรวจเพิ่มตามความเสี่ยงและข้อบ่งชี้ของแต่ละคน เมื่อรู้สาเหตุแล้ว ควรใช้ยาให้ครบตามที่แพทย์สั่งเพื่อลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
ผู้ที่มีอาการตกขาวมีกลิ่นเป็นซ้ำบ่อย ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันได้ที่ S'RENE by SLC ผ่าน โปรแกรม Doctor Consultation ร่วมกับ โปรแกรม S'RENE Preventive Check Up หรือ โปรแกรม His & Her Wellness Lab Check Up ตามที่แพทย์พิจารณา เพื่อประเมินว่าระดับน้ำตาลในเลือดหรือระดับฮอร์โมนเป็นปัจจัยร่วมหรือไม่
*การประเมินและแผนการดูแลขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล และอยู่ภายใต้การพิจารณาของแพทย์
สนใจ จองคิวปรึกษาและรับบริการได้ที่booking.slc-group.com
ติดต่อนัดหมายปรึกษาแพทย์ได้ที่:
สาขา ทองหล่อ ชั้น 4 — โทร 064 184 5237
สาขา ชาน แจ้งวัฒนะ 14 ชั้น 2 — โทร 099 807 7261
สาขา พาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 3 — โทร 081 249 7055
สาขา เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 6 — โทร 080 245 7669
สาขา สยาม — โทร 064 139 6390 และ 081 249 6392
LINE Official: @SRENEbySLC

บทความและโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
- ตกขาวมีกลิ่น เกิดจากอะไร แบบไหนปกติ แบบไหนผิดปกติ
- ตกขาวมีกลิ่นคาวปลา แก้ยังไง เกี่ยวกับการติดเชื้อไหม
- โปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพน้องสาว S'RENE Feminine Care
- ช่องคลอดแห้ง แก้ไขยังไง รวมวิธีดูแลจุดซ่อนเร้น
- โปรแกรมตรวจวัด ฮอร์โมนเพศ Hormones Checkup (Male/Female)
- ปรึกษาแพทย์ Doctor Consultation
เอกสารอ้างอิง
- Workowski KA, Bachmann LH, Chan PA, et al. Sexually Transmitted Infections Treatment Guidelines, 2021: Bacterial Vaginosis, Trichomoniasis, and Vulvovaginal Candidiasis. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). STI Screening Recommendations. https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/screening-recommendations.htm
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Screening for Cervical Cancer. https://www.cdc.gov/cervical-cancer/screening/index.html
- American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG). Vaginitis in Nonpregnant Patients. ACOG Practice Bulletin No. 215. Obstet Gynecol. 2020;135(1):e1–e17. https://www.acog.org/clinical/clinical-guidance/practice-bulletin/articles/2020/01/vaginitis-in-nonpregnant-patients
- Vodstrcil LA, Plummer EL, Fairley CK, et al. Male-Partner Treatment to Prevent Recurrence of Bacterial Vaginosis. N Engl J Med. 2025;392(10):947–957. doi:10.1056/NEJMoa2405404
- American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG). Concurrent Sexual Partner Therapy to Prevent Bacterial Vaginosis Recurrence. Clinical Practice Update. Obstet Gynecol. October 2025. doi:10.1097/AOG.0000000000006102

English
中文 (中国)

สามารถติดตาม S’RENE by SLC ได้ที่