สำหรับผู้ที่สงสัยว่าอาการ ตกขาวมีกลิ่นคาวปลา เกี่ยวกับการติดเชื้อไหม อาการนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อในช่องคลอด สาเหตุที่พบบ่อยคือภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่ต้องให้แพทย์วินิจฉัยก่อนใช้ยา ส่วนการสวนล้างช่องคลอดไม่ช่วยให้กลิ่นหาย
เชื้อที่ทำให้เกิดกลิ่นคาวปลาไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว และแต่ละชนิดต้องใช้ยาต่างกัน บทความนี้จึงรวบรวมวิธีสังเกตอาการ ยาที่ใช้และระยะเวลารักษา รวมถึงสาเหตุที่หลายคนรักษาหายแล้วกลับมาเป็นซ้ำ
ตกขาวกลิ่นคาวปลา เกี่ยวกับการติดเชื้อไหม

ตกขาวกลิ่นคาวปลาส่วนใหญ่เกี่ยวกับการติดเชื้อในช่องคลอด สาเหตุที่พบบ่อยคือภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Vaginosis) ซึ่งเกิดจากแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในช่องคลอดอยู่แล้วเสียสมดุล ภาวะนี้ถือเป็นการติดเชื้อชนิดหนึ่งและต้องรักษาด้วยยา กลิ่นคาวเกิดขึ้นตามลำดับดังนี้
- ปกติช่องคลอดเป็นกรดอ่อน ๆ แบคทีเรียในช่องคลอดส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) ซึ่งทำให้ช่องคลอดมีสภาพเป็นกรดอ่อน ๆ แบคทีเรียกลุ่มอื่นจึงเพิ่มจำนวนได้ยาก
- เมื่อจำนวนแลคโตบาซิลลัสลดลง แบคทีเรียกลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจนจะเพิ่มจำนวนขึ้นมาแทน แล้วสร้างสารกลุ่มเอมีน (Amine) ที่มีกลิ่นคาวปนออกมากับตกขาว
- หลังมีเพศสัมพันธ์และช่วงมีประจำเดือน กลิ่นคาวจะชัดขึ้น เพราะสารเอมีนระเหยได้ดีในสภาพที่เป็นด่าง และน้ำอสุจิกับเลือดประจำเดือนก็มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อน ๆ
น้องสาวมีกลิ่นปลาเค็ม เป็นโรคอะไรได้บ้าง

อาการน้องสาวมีกลิ่นปลาเค็มมักมาจาก 2 ภาวะ คือ ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย และโรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis) ซึ่งติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่วนเชื้อราในช่องคลอดที่หลายคนนึกถึงเป็นอย่างแรกนั้น ปกติไม่ทำให้เกิดกลิ่นคาว ทั้งสามภาวะมีลักษณะตกขาวและอาการต่างกันตามตารางด้านล่าง
| ข้อสังเกต | ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย | โรคพยาธิในช่องคลอด | เชื้อราในช่องคลอด |
|---|---|---|---|
| กลิ่น | คาวปลา ชัดขึ้นหลังมีเพศสัมพันธ์ | คาวหรือเหม็นแรง | ไม่มีกลิ่นคาว บางคนมีกลิ่นอับ |
| ลักษณะตกขาว | เหลวเป็นน้ำ สีขาวอมเทา | เป็นฟอง สีเหลืองอมเขียว | ข้นเป็นก้อนสีขาว คล้ายนมบูด |
| อาการคันหรือแสบ | ส่วนใหญ่ไม่คัน | คัน แสบ ปัสสาวะแสบขัด | คันมากและแสบ |
| ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไหม | ยังไม่จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่เชื้อแพร่ระหว่างคู่นอนได้ | ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ | ไม่จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ |
| กลุ่มยาที่ใช้ | ยาปฏิชีวนะ | ยาฆ่าเชื้อชนิดกิน | ยาต้านเชื้อรา |
| คู่นอนต้องรักษาไหม | แพทย์พิจารณาเป็นรายกรณี | ต้องรักษาพร้อมกันทุกราย | ปกติไม่ต้องรักษา |
ตารางนี้ใช้สังเกตอาการเบื้องต้นเท่านั้น เพราะบางคนมีสองภาวะพร้อมกัน และบางคนติดเชื้อแต่แทบไม่มีอาการ จึงยังต้องให้แพทย์หรือวินิจฉัยอีกครั้ง
กลิ่นคาวปลาแบบไหนควรพบแพทย์โดยเร็ว
ผู้ที่มีกลิ่นคาวปลาโดยไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย ส่วนใหญ่ไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและรับยาได้ตามปกติ แต่ถ้ามีภาวะหรืออาการต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายในโดยไม่ต้องรอดูอาการ
- กำลังตั้งครรภ์ ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด และยาบางชนิดไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์ จึงควรให้แพทย์ที่รับฝากครรภ์เป็นผู้เลือกยา
- มีไข้ร่วมกับปวดท้องน้อย อาการทั้งสองนี้อาจเป็นสัญญาณว่าการติดเชื้อลุกลามขึ้นไปถึงอุ้งเชิงกราน จึงควรไปพบแพทย์โดยเร็ว
- มีเลือดปนออกมากับตกขาว หรือเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ แพทย์จะตรวจปากมดลูกเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เลือดออก
- กลิ่นเปลี่ยนเป็นเหม็นเน่า กลิ่นแบบนี้อาจมาจากสิ่งแปลกปลอมที่ค้างอยู่ในช่องคลอด เช่น ผ้าอนามัยแบบสอด หรือถุงยางอนามัยที่หลุดค้าง หากนำออกเองไม่ได้ หรือนำออกแล้วกลิ่นยังไม่หาย ควรให้แพทย์ตรวจและนำออกให้
- ใช้ยาครบแล้วกลิ่นยังไม่หาย ยาที่ใช้ไปอาจไม่ออกฤทธิ์ต่อเชื้อที่เป็นสาเหตุ แพทย์จึงต้องตรวจหาเชื้ออีกครั้ง
ยาแก้ตกขาวมีกลิ่นคาวปลา ใช้ยาอะไร รักษากี่วัน

ยาที่ใช้รักษาอาการตกขาวกลิ่นคาวปลาขึ้นอยู่กับเชื้อที่เป็นสาเหตุ ผู้ที่มีอาการจึงต้องได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ก่อนใช้ยาทุกครั้ง
ก่อนได้ยาแก้กลิ่นคาวปลา แพทย์ตรวจอะไรบ้าง
แพทย์จะเริ่มจากซักประวัติเกี่ยวกับลักษณะตกขาว ช่วงเวลาที่กลิ่นชัดขึ้น ยาที่ใช้อยู่ และวิธีคุมกำเนิด จากนั้นจึงตรวจภายในหากจำเป็น โดยแพทย์จะตรวจ 4 ข้อต่อไปนี้
- ลักษณะตกขาว ผู้ที่มีภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ตกขาวมักเหลว สีขาวอมเทา และเคลือบอยู่ที่ผนังช่องคลอด
- ค่าความเป็นกรดด่าง (pH) ในช่องคลอด ผู้ที่มีภาวะนี้มักมีค่าสูงกว่า 4.5 ซึ่งแสดงว่าช่องคลอดเป็นกรดน้อยกว่าปกติ
- กลิ่นเมื่อหยดน้ำยาทดสอบ แพทย์จะหยดน้ำยาลงบนตัวอย่างตกขาว หากมีภาวะนี้ กลิ่นคาวจะชัดขึ้น
- ตัวอย่างตกขาวเมื่อส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ ผู้ที่มีภาวะนี้จะพบแบคทีเรียจำนวนมากเกาะอยู่บนเยื่อบุช่องคลอด
หากพบลักษณะดังกล่าวตั้งแต่ 3 ใน 4 ข้อ แพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็นภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย บางรายแพทย์อาจส่งตัวอย่างตกขาวไปตรวจหาเชื้อพยาธิในช่องคลอดเพิ่มเติม
ยาที่ใช้รักษาและระยะเวลาที่ต้องใช้ยา
ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียรักษาด้วยยาปฏิชีวนะชนิดกินหรือชนิดสอด ตามที่แพทย์สั่ง โดยทั่วไปต้องใช้ยาต่อเนื่อง 5–7 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของยา แพทย์จะเลือกชนิดและรูปแบบยาตามอาการ ประวัติแพ้ยา และการตั้งครรภ์
แม้กลิ่นจะจางลงก่อนยาหมด ก็ควรใช้ยาจนครบตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อไม่ให้เชื้อที่ยังเหลืออยู่กลับมาเพิ่มจำนวน ระหว่างรักษาควรงดมีเพศสัมพันธ์ หรือใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ผู้ที่ใช้คลินดามัยซินชนิดครีมควรถามแพทย์เรื่องวิธีคุมกำเนิดระหว่างใช้ยาด้วย เพราะครีมมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ ถุงยางอนามัยจึงเสื่อมสภาพและฉีกขาดง่ายไปจนถึงราว 5 วันหลังหยุดใช้ยา หากใช้ยาครบแล้วอาการหายดี ปกติไม่จำเป็นต้องกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำ
วิธีที่ไม่ช่วยให้กลิ่นคาวปลาหาย และทำให้กลิ่นกลับมาง่ายขึ้น
- สวนล้างช่องคลอด การสวนล้างทำให้แลคโตบาซิลลัสถูกชะล้างออกไปด้วย กลิ่นจึงหายเพียงชั่วคราวแล้วกลับมาใหม่ และยังไม่มีข้อมูลรองรับว่าการสวนล้างช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการ
- ใช้น้ำยาอนามัย สบู่ที่มีน้ำหอม หรือสเปรย์ดับกลิ่น ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้กลบกลิ่นได้ชั่วครู่ แต่อาจทำให้จุดซ่อนเร้นระคายเคือง และทำให้ความเป็นกรดด่างในช่องคลอดเสียสมดุล
- ซื้อยาสอดรักษาเชื้อรามาใช้เอง ยาต้านเชื้อราไม่ออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรีย อาการจึงไม่ดีขึ้น และทำให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องช้าลง
- กินโยเกิร์ตหรือโพรไบโอติกแทนยา ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยรองรับว่าโพรไบโอติกใช้รักษาภาวะนี้แทนยาปฏิชีวนะได้ จะกินเป็นอาหารตามปกติก็ได้ แต่ไม่ควรรอให้กลิ่นหายด้วยวิธีนี้
แก้ตกขาวมีกลิ่นแล้วกลับมาเป็นซ้ำ เพราะอะไร ดูแลอย่างไร

ภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียกลับมาเป็นซ้ำได้บ่อย แม้ใช้ยาครบแล้วก็ตาม สาเหตุส่วนหนึ่งคาดว่ามาจากไบโอฟิล์ม (Biofilm) หรือชั้นเมือกที่แบคทีเรียกลุ่มนี้สร้างขึ้นเคลือบผนังช่องคลอด ยาจึงกำจัดเชื้อได้ไม่หมด แล้วเชื้อที่เหลืออยู่ก็เพิ่มจำนวนขึ้นใหม่หลังหยุดยา
อีกสาเหตุคือการรับเชื้อกลับมาจากคู่นอน เดิมแนวทางการรักษาไม่แนะนำให้รักษาคู่นอนฝ่ายชาย แต่ข้อมูลใหม่ในช่วงหลังพบว่า เมื่อฝ่ายชายรักษาไปพร้อมกับฝ่ายหญิง โอกาสที่ฝ่ายหญิงจะกลับมาเป็นซ้ำลดลงเกือบครึ่ง ปัจจุบันแพทย์จึงอาจพิจารณารักษาคู่นอนฝ่ายชายร่วมด้วย สำหรับผู้หญิงที่มีอาการและกลับมาเป็นซ้ำ ผู้ที่เป็นซ้ำหลายครั้งควรปรึกษาแพทย์เรื่องการรักษาคู่นอน และไม่ควรแบ่งยาให้คู่นอนใช้เอง
หลังรักษาหายแล้ว ควรดูแลตัวเองดังนี้เพื่อลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
- ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ผู้ที่ไม่ใช้ถุงยางอนามัยเกิดภาวะนี้บ่อยกว่าผู้ที่ใช้ และถุงยางอนามัยยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ไปพร้อมกัน
- เลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน ผู้ที่เพิ่งเปลี่ยนคู่นอนหรือมีคู่นอนหลายคนเกิดภาวะนี้ได้บ่อยกว่าผู้ที่มีคู่นอนคนเดียว
- เลิกสูบบุหรี่ มีรายงานว่าผู้หญิงที่สูบบุหรี่เกิดภาวะนี้บ่อยกว่าผู้ที่ไม่สูบ
- ปรึกษาแพทย์เรื่องวิธีคุมกำเนิด มีรายงานว่าผู้ที่ใส่ห่วงอนามัยชนิดทองแดงเกิดภาวะนี้บ่อยขึ้น หากใส่ห่วงชนิดนี้แล้วเป็นซ้ำบ่อย ควรให้แพทย์ช่วยพิจารณาวิธีคุมกำเนิดแบบอื่นที่เหมาะกับแต่ละคน
ตกขาวมีกลิ่นคาวปลาเป็นซ้ำบ่อย ปรึกษาแพทย์ที่ S'RENE by SLC
สำหรับผู้ที่ใช้ยาครบทุกครั้งแต่ยังเป็นซ้ำหลายครั้งในหนึ่งปี ควรตรวจระดับฮอร์โมนเพศเพิ่มเติม เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยให้ผนังช่องคลอดหนาและมีแลคโตบาซิลลัสอยู่มาก เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง เช่น ในวัยใกล้หมดประจำเดือน ช่องคลอดจะเป็นกรดน้อยลง แบคทีเรียในช่องคลอดจึงเสียสมดุลได้ง่ายขึ้น
ผู้ที่ต้องการตรวจระดับฮอร์โมนและหาปัจจัยอื่นที่ทำให้เป็นซ้ำ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันที่ S'RENE by SLC ได้ผ่าน 2 โปรแกรมต่อไปนี้
- โปรแกรม Doctor Consultation* แพทย์จะซักประวัติ ตรวจวิเคราะห์ร่างกาย และประเมินปัจจัยที่อาจทำให้เป็นซ้ำ เช่น พฤติกรรมประจำวัน วิธีคุมกำเนิด และช่วงวัย จากนั้นจึงแนะนำรายการตรวจที่เหมาะกับแต่ละคน
- โปรแกรม His & Her Wellness Lab Check Up** โปรแกรมนี้ตรวจเลือดเพื่อดูระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน และรายการอื่นที่ต่างกันไปตามระดับโปรแกรม F1, F2 และ F3 แพทย์จะนำผลตรวจฮอร์โมนมาพิจารณาร่วมกับอาการและช่วงวัย เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพเพศหญิงในระยะยาว
*ผลการตรวจและแผนการดูแลขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล **รายการตรวจแตกต่างกันตามระดับโปรแกรม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คลินิก
คำถามที่พบบ่อย
กลิ่นคาวปลาแต่ไม่คัน ปล่อยให้หายเองได้ไหม
กลิ่นคาวปลาที่ไม่มีอาการคันร่วมด้วยไม่ควรปล่อยไว้นาน เพราะมักเกิดจากภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย แม้บางรายจะหายเองได้เมื่อแบคทีเรียในช่องคลอดกลับมาสมดุล แต่หากปล่อยไว้ ภาวะนี้ทำให้ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดทางนรีเวช หากกลิ่นยังอยู่นานหลายวัน จึงควรให้แพทย์ประเมินอาการ
ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ มีกลิ่นคาวปลาได้ไหม
ผู้ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เกิดภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียได้ แต่พบน้อยมาก หากมีกลิ่นคาวปลาทั้งที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุของกลิ่น
มีกลิ่นคาวปลา ต้องตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นด้วยไหม
ผู้ที่มีภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียควรตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วย เช่น เอชไอวี หนองใน และหนองในเทียม ตามคำแนะนำของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) เนื่องจากภาวะนี้ทำให้ติดโรคดังกล่าวได้ง่ายขึ้น และหลายโรคไม่แสดงอาการในระยะแรก
สรุป ตกขาวมีกลิ่นคาวปลา แก้ยังไง ต้องรักษาการติดเชื้อไหม
กลิ่นคาวปลาส่วนใหญ่มาจากภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย และอีกส่วนมาจากโรคพยาธิในช่องคลอด ทั้งสองภาวะใช้ยาต่างกัน จึงควรให้แพทย์วินิจฉัยก่อนใช้ยา แล้วใช้ยาให้ครบตามที่แพทย์แนะนำ การสวนล้างช่องคลอดและการใช้น้ำยาดับกลิ่นไม่ช่วยให้กลิ่นหาย ส่วนผู้ที่ตั้งครรภ์ มีไข้ร่วมกับปวดท้องน้อย หรือมีเลือดปนออกมากับตกขาว ควรไปพบแพทย์โดยตรง
ผู้ที่เป็นซ้ำบ่อยควรปรึกษาแพทย์เรื่องการรักษาคู่นอนไปพร้อมกัน ส่วนผู้ที่ต้องการตรวจระดับฮอร์โมนเพศ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันได้ที่ S'RENE by SLC ผ่าน โปรแกรม Doctor Consultation และ โปรแกรม His & Her Wellness Lab Check Up
*การประเมินและแผนการดูแลขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล และอยู่ภายใต้การพิจารณาของแพทย์
สนใจ จองคิวปรึกษาและรับบริการได้ที่ booking.slc-group.com
ติดต่อนัดหมายปรึกษาแพทย์ได้ที่:
สาขา ทองหล่อ ชั้น 4 — โทร 064 184 5237
สาขา ชาน แจ้งวัฒนะ 14 ชั้น 2 — โทร 099 807 7261
สาขา พาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 3 — โทร 081 249 7055
สาขา เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 6 — โทร 080 245 7669
สาขา สยาม — โทร 064 139 6390 และ 081 249 6392 LINE Official: @SRENEbySLC

บทความและโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
- ตกขาวมีกลิ่น เกิดจากอะไร แบบไหนปกติ แบบไหนผิดปกติ
- โปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพน้องสาว S'RENE Feminine Care
- ช่องคลอดแห้ง แก้ไขยังไง รวมวิธีดูแลจุดซ่อนเร้น
- เชื้อไวรัส HPV ติดจากอะไรได้บ้าง
- ปรึกษาแพทย์ Doctor Consultation
เอกสารอ้างอิง
- Workowski KA, Bachmann LH, Chan PA, et al. Sexually Transmitted Infections Treatment Guidelines, 2021: Bacterial Vaginosis. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/bv.htm
- Vodstrcil LA, Plummer EL, Fairley CK, et al. Male-Partner Treatment to Prevent Recurrence of Bacterial Vaginosis. N Engl J Med. 2025;392(10):947–957. doi:10.1056/NEJMoa2405404
- American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG). Concurrent Sexual Partner Therapy to Prevent Bacterial Vaginosis Recurrence. Clinical Practice Update. Obstet Gynecol. October 2025. doi:10.1097/AOG.0000000000006102

English
中文 (中国)

สามารถติดตาม S’RENE by SLC ได้ที่