เรื่องน่ารู้
Blogs

มี เพศสัมพันธ์ กับแฟนแล้วไม่ค่อยรู้สึก เพราะอะไร? ผิดปกติมั้ย?

 เชื่อไหมคะว่า ในห้องตรวจสุขภาพผู้หญิง รวมถึงกระทู้ในพันทิป มีคำถามหนึ่งที่ถูกกระซิบถามเบาๆ บ่อยที่สุด แต่หน้าฟีดโซเชียลแทบไม่มีใครกล้าโพสต์ คืออาการ “มี เพศสัมพันธ์ กับแฟนแล้วไม่ค่อยรู้สึก”  

ทั้งที่ความรักก็ยังดี แฟนก็ยังน่ารัก แถมร่างกายก็ไม่ได้เจ็บ ไม่ได้แห้ง ไม่ได้ป่วยตรงไหน! แต่พอถึง ‘จังหวะสำคัญ’ ความรู้สึกที่เคยสปาร์คเหมือนไฟช็อต กลับกลายเป็นความว่างเปล่าเหมือนวิทยุขาดสัญญาณซะงั้น… จนต้องแอบตั้งคำถามในใจคนเดียวว่า “นี่เราแก่ไป? หรือเครื่องเราพัง? หรือจริงๆ แล้วมันคือเรื่องปกติที่ต้องยอมรับกันแน่?” 

หยุดเดาให้ฟุ้งซ่านครับ! เพราะต้นเหตุของความเฉยชาครั้งนี้ อาจไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด  บทความนี้จะพาทุกคนไป ‘แงะ’ สาเหตุลึกๆ ตั้งแต่เรื่องกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ ไปจนถึงจุดเล็กๆ ที่คุณมองข้าม พร้อมวิธีเรียกความฟินให้กลับมาคืนชีพอีกครั้ง! 

 

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการมี เพศสัมพันธ์ แล้วไม่รู้สึก 

ความเข้าใจผิดอันดับต้น ๆ คือคิดว่าถ้ามีเพศสัมพันธ์แล้วไม่รู้สึก ต้องเกี่ยวกับความสัมพันธ์แน่ ๆ ต้องเบื่อแฟน ต้องหมดรัก หรืออย่างน้อยก็ต้องมีอะไรผิดปกติทางอารมณ์ ทั้งที่ในหลายเคส ความสัมพันธ์ยังดีอยู่มาก แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนองเหมือนเดิม 

อีกความเข้าใจผิดคือคิดว่าเป็นเรื่องของอายุล้วน ๆ พออายุมากขึ้นก็ต้องยอมรับสภาพ ทั้งที่ความจริงแล้ว ผู้หญิงวัยทำงานจำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้าวัยหมดประจำเดือนก็สามารถเจอปัญหานี้ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เคยคลอดบุตร น้ำหนักเปลี่ยน หรือทำงานที่ต้องนั่งนาน ๆ เป็นประจำการเหมารวมว่าเป็นเรื่องปกติของวัย ทำให้หลายคนปล่อยผ่าน ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นสัญญาณเล็ก ๆ ที่บอกว่าร่างกายกำลังเปลี่ยน และควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม 

กลไกของความรู้สึกระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ในมุมทางการแพทย์

ถ้ามองแบบในมุมของคุณหมอ ความรู้สึกระหว่างการมีพสพไม่ได้เกิดจากจุดใดจุดหนึ่ง แต่มาจากการทำงานร่วมกันของหลายระบบ ทั้งระบบประสาท การไหลเวียนเลือด ฮอร์โมน และกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ซึ่งกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานมีหน้าที่สำคัญมากในการช่วยเพิ่มการรับสัมผัสและความกระชับ เมื่อกล้ามเนื้อกลุ่มนี้แข็งแรง การตอบสนองต่อการกระตุ้นจะชัด ความรู้สึกจะมาไว และการถึงจุดสุดยอดก็ทำได้ง่ายกว่า แต่ถ้ากล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรงหรือหย่อน การส่งสัญญาณประสาทจะลดลงแบบเงียบ ๆ เจ้าตัวอาจไม่รู้สึกอะไรในชีวิตประจำวัน แต่จะเริ่มเห็นชัดตอนมีพสพ ว่าความรู้สึกมันเบาลง เหมือนเปิดวอลุ่มไม่สุด 

 

ปัจจัยที่ทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง แบบที่หลายคนไม่ทันสังเกต 

หนึ่งในปัจจัยหลักคือการตั้งครรภ์และการคลอดบุตร กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานถูกใช้งานหนักและยืดออกเป็นเวลานาน หากไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเหมาะสม ก็อาจไม่กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม 

อายุที่เพิ่มขึ้นก็มีผลเช่นกัน เพราะมวลกล้ามเนื้อทั่วร่างกายจะลดลงตามธรรมชาติ รวมถึงกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานด้วย นอกจากนี้ การนั่งทำงานนาน ๆ การออกกำลังกายที่เน้นบางส่วนแต่ละเลยกล้ามเนื้อลึก หรือการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว ล้วนเป็นตัวเร่งให้กล้ามเนื้อกลุ่มนี้อ่อนแรงเร็วขึ้น 

สิ่งที่น่าสนใจคือ ปัจจัยเหล่านี้มักไม่ได้มาเดี่ยว ๆ แต่จะค่อย ๆ ซ้อนกัน จนสุดท้ายไปแสดงผลชัดที่สุดในเรื่องความรู้สึกระหว่างมีพสพ 

 

ทำไมหลายคนขมิบแล้ว แต่ความรู้สึกยังไม่กลับมา 

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าความรู้สึกลดลง หลายคนจะลองแก้ด้วยการขมิบหรือฝึก Kegel ด้วยตัวเอง ซึ่งในทางทฤษฎีถือว่าเป็นแนวคิดที่ถูก แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด 

จากมุมมองทางคลินิก พบว่าผู้หญิงจำนวนมากเกร็งไม่ตรงกล้ามเนื้อจริง บางคนไปใช้กล้ามหน้าท้อง บางคนเกร็งก้นหรือสะโพกแทน ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังฝึก แต่กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานไม่ได้รับการกระตุ้นเท่าที่ควร 

ผลคือขมิบมานาน เหนื่อยฟรี แต่ความรู้สึกระหว่างมีพสพก็ยังเหมือนเดิม นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการประเมินอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก ถึงสำคัญกว่าการพยายามฝึกแบบเดาสุ่ม 

 

ฮอร์โมนเกี่ยว แต่ไม่ใช่คำตอบเดียว 

ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทกับความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และการไหลเวียนเลือด ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อความรู้สึกระหว่างการมีพสพโดยตรง แต่จากประสบการณ์ในคลินิก พบว่าหลายคนที่มีอาการไม่รู้สึก กลับมีระดับฮอร์โมนอยู่ในเกณฑ์ปกติ 

นั่นหมายความว่า ถ้าโฟกัสแต่ฮอร์โมนอย่างเดียว อาจพลาดต้นเหตุที่แท้จริงไป การดูแลที่ได้ผลจึงควรมองทั้งระบบ ไม่ใช่เลือกแก้เฉพาะจุดที่คิดว่าน่าจะใช่ 

 

ทำไมต้องใช้เทคโนโลยีร่วมแก้ปัญหา มีเพศสัมพันธ์ แล้วไม่รู้สึก? 

เมื่อพูดถึงปัญหามีพสพแล้วไม่รู้สึก หลายคนอาจเริ่มจากการขมิบเอง ปรับไลฟ์สไตล์ หรือรอดูอาการไปก่อน ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่คำถามคือ ถ้าต้นเหตุอยู่ที่ระดับกล้ามเนื้อเชิงลึกหรือการทำงานของเนื้อเยื่อภายในที่เราไม่สามารถควบคุมได้โดยตรง การดูแลด้วยตัวเองอาจไม่เพียงพอ 

เทคโนโลยีทางการแพทย์ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูโครงสร้างที่อยู่ลึกกว่าที่เราจะฝึกเองได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น แนวคิดไม่ใช่การเร่งผลลัพธ์ แต่เป็นการช่วยให้ร่างกายกลับมาทำงานได้ดีขึ้นตามกลไกธรรมชาติ 

โปรแกรม Lady Fit Me™ SLC 

โปรแกรมนี้มุ่งเน้นการกระตุ้นกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักที่เกี่ยวข้องกับความกระชับและการรับสัมผัสระหว่างการมีพสพ ในเชิงสรีรวิทยา เมื่อกล้ามเนื้อกลุ่มนี้แข็งแรงขึ้น การตอบสนองต่อการกระตุ้นจะดีขึ้นตามไปด้วย เทคโนโลยีจึงเข้ามาช่วยให้การกระตุ้นมีความสม่ำเสมอ ตรงจุด และควบคุมระดับได้ดีกว่าการฝึกเองแบบไม่แน่ใจว่าเกร็งถูกตำแหน่งหรือไม่ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีพสพแล้วรู้สึกว่าความกระชับลดลง หรือรับสัมผัสได้น้อยลง โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน 

โปรแกรม S’RENE Feminine Care Program 

ในบางกรณี ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพของเนื้อเยื่อ ความยืดหยุ่น และความสมดุลของสภาพแวดล้อมภายใน S’RENE Feminine Care Program จึงถูกออกแบบให้ดูแลสุขภาพผู้หญิงแบบองค์รวมมากขึ้น โดยเน้นการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมภายในให้สมดุลและเหมาะสม ซึ่งมีส่วนสนับสนุนความสบายและคุณภาพชีวิตด้านเพศสัมพันธ์โดยรวม ซึ่งแนวทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลทั้งโครงสร้างกล้ามเนื้อและคุณภาพเนื้อเยื่อควบคู่กัน โดยเริ่มจากการประเมินรายบุคคลก่อนทุกครั้ง 

งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า การทำงานของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานมีผลต่อการตอบสนองและคุณภาพชีวิตด้านเพศสัมพันธ์ในผู้หญิงจริง ไม่ได้เป็นแค่ความเชื่อหรือทฤษฎีเท่านั้น ในงานวิจัยเชิงสังเกตและวิเคราะห์หลายฉบับพบความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่าง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานกับตัวชี้วัดด้าน sexual function เช่น ความต้องการทางเพศ ความตื่นตัว ความพึงพอใจ หรือคะแนนจากแบบสอบถามประเมินคุณภาพชีวิตทางเพศ เช่น Female Sexual Function Index (FSFI)  

ใครบ้างที่มักเข้ามาปรึกษาด้วยปัญหานี้ 

กลุ่มที่พบได้บ่อยคือผู้หญิงที่มีพสพแล้วรู้สึกเฉย ๆ รับสัมผัสได้น้อยลง หรือรู้สึกไม่กระชับเหมือนเดิม โดยเฉพาะหลังคลอด หลังอายุเพิ่ม หรือหลังร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงช่วงหนึ่ง 

บางคนไม่ได้มีอาการอื่นร่วมเลย ใช้ชีวิตปกติดีทุกอย่าง แค่คุณภาพชีวิตด้านนี้ลดลง ซึ่งในมุมคลินิกถือว่าเป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วสำหรับการเข้ามาปรึกษา ไม่จำเป็นต้องรอให้ปัญหารุนแรงก่อน 

การปรึกษาที่ S’RENE by SLC ในแบบคลินิกจริง 

แนวทางการดูแลที่ S’RENE by SLC จะเน้นการประเมินอย่างละเอียดก่อน ไม่รีบ ไม่ขายตรง และไม่เหมารวม ทุกเคสจะเริ่มจากการทำความเข้าใจร่างกายของผู้รับบริการว่า ปัญหาหลักอยู่ที่จุดไหน  บรรยากาศการปรึกษาจะเป็นส่วนตัว พูดคุยได้สบาย ไม่ตัดสิน และให้ข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถตัดสินใจได้จากความเข้าใจ ไม่ใช่จากความกังวล 

 

สรุปแบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ 

การมีพสพกับแฟนแล้วไม่รู้สึก ไม่ได้หมายความว่าร่างกายพัง ไม่ได้แปลว่าความสัมพันธ์มีปัญหา และไม่ใช่เรื่องที่ต้องฝืนใจตัวเอง แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังเปลี่ยน และต้องการการดูแลที่ตรงจุด เมื่อเข้าใจต้นเหตุ เลือกแนวทางที่เหมาะสม และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจสุขภาพผู้หญิงจริง ๆ ความรู้สึกดี ๆ สามารถกลับมาได้แบบไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องเสี่ยง และไม่ต้องฝืนร่างกาย 

 

เอกสารอ้างอิง 

  1. Ferreira, C. H. J., Dwyer, P. L., Davidson, M., De Souza, A., Ugarte, J. A., & Frawley, H. C. (2015). Does pelvic floor muscle training improve female sexual function? A systematic review. International Urogynecology Journal, 26(12), 1735–1744. 
  1. da Silva Lara, L. A., Juliato, C. R., Rodrigues, A. A., et al. (2009). Impact of pelvic floor muscle strength on female sexual function. The Journal of Sexual Medicine, 6(6), 1693–1701. 
  1. Rosen, R., Brown, C., Heiman, J., et al. (2000). The Female Sexual Function Index (FSFI): A multidimensional self-report instrument for the assessment of female sexual function. Journal of Sex & Marital Therapy, 26(2), 191–208. 

 

สามารถติดตาม S’RENE by SLC ได้ที่