เรื่องน่ารู้
Blogs

เช็กด่วน! ข้อเข่าเสื่อม รู้ทันอาการ สาเหตุ และวิธีดูแลข้อเข่าไม่ให้พังเร็ว

เคยนั่งแล้วลุกมีเสียง “กร๊อบแกร๊บ” ที่เข่าไหม? 

หลายคนคิดว่าแค่ “อายุมากขึ้น”เดี๋ยวก็ปวดเข่าเป็นธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วอาการปวด ตึง ลุกนั่งลำบาก หรือเดินขึ้นบันไดแล้วเจ็บจี๊ด อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ “ข้อเข่าเสื่อม” ที่กำลังค่อย ๆ มาเยือนแบบไม่รู้ตัว ยิ่งปล่อยไว้นาน กระดูกอ่อนที่เคยช่วยซัพพอร์ตแรงกระแทกก็ยิ่งสึก จนส่งผลต่อการใช้ชีวิตในทุกวัน ไม่ว่าจะเดิน ช้อป เที่ยว หรือแม้แต่นั่งเฉย ๆ ก็อาจปวดได้ 

บทความนี้จะพาไปเช็กว่า “ข้อเข่าเสื่อม” เกิดจากอะไร มีอาการแบบไหนที่ควรเริ่มระวัง และถ้าเริ่มเสื่อมแล้ว ควรดูแลตัวเองยังไงให้ข้อเข่าใช้งานได้ดีไปอีกนาน 

 

ข้อเข่าเสื่อม คืออะไร? รู้จักโรคยอดฮิตที่หลายคนเป็นโดยไม่รู้ตัว 

“ข้อเข่าเสื่อม” คือภาวะที่กระดูกอ่อนบริเวณข้อเข่าเริ่มสึกหรอ ทำให้ข้อเข่าที่เคยเคลื่อนไหวลื่นไหล เริ่มฝืด เจ็บ หรือเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น ปกติแล้วกระดูกอ่อนจะทำหน้าที่เหมือนเบาะรองแรงกระแทก แต่เมื่อใช้งานหนักมานาน หรือมีปัจจัยบางอย่างมากระตุ้น กระดูกอ่อนจะบางลงเรื่อย ๆ จนกระดูกเริ่มเสียดสีกันโดยตรง ส่งผลให้เกิดอาการปวด บวม และขยับลำบาก 

หลายคนมักเข้าใจว่า “ข้อเข่าเสื่อม” จะเกิดเฉพาะผู้สูงอายุ แต่จริง ๆ แล้วคนวัยทำงาน หรือคนอายุน้อยก็มีโอกาสเป็นได้ โดยเฉพาะถ้ามีพฤติกรรมใช้เข่าหนักในชีวิตประจำวัน 

 

ทำไมข้อเข่าถึงเสื่อม? รวมสาเหตุที่หลายคนมองข้าม 

  1. อายุที่เพิ่มขึ้น: เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกอ่อนจะค่อย ๆ เสื่อมตามธรรมชาติ ทำให้ข้อเข่ารับแรงได้น้อยลง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้สูงอายุถึงมีโอกาสเกิดข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น แต่! อายุไม่ใช่สาเหตุเดียว เพราะบางคนอายุยังไม่มากก็เริ่มมีอาการแล้ว 
  2. น้ำหนักตัวเยอะเข่ารับภาระหนักเกินไป : ทุกครั้งที่เดิน วิ่ง หรือขึ้นบันได ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักมากกว่าน้ำหนักตัวหลายเท่า ดังนั้นถ้าน้ำหนักตัวมาก เข่าก็ต้องทำงานหนักขึ้นทุกวัน จนกระดูกอ่อนสึกเร็วกว่าเดิม หลายคนเริ่มมีอาการปวดเข่าตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะเข่าต้องแบกรับน้ำหนักสะสมเป็นเวลานาน 
  3. ใช้งานข้อเข่าหนักเกินไป: คนที่ต้องยืนนาน เดินเยอะ ยกของหนัก หรือเล่นกีฬาที่มีแรงกระแทกสูง เช่น วิ่ง กระโดด ฟุตบอล หรือบาสเกตบอล อาจมีความเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมเร็วกว่าคนทั่วไป รวมถึงพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำทุกวัน เช่น 
  • นั่งพับเพียบ 
  • นั่งยอง ๆ 
  • คุกเข่านาน 
  • ขึ้นลงบันไดบ่อย 
  1. เคยได้รับบาดเจ็บที่เข่า: คนที่เคยเอ็นฉีก หมอนรองเข่าบาดเจ็บ หรือข้อเข่ากระแทกแรง ๆ มาก่อน มีโอกาสเกิดข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น เพราะโครงสร้างภายในข้อเข่าอาจไม่แข็งแรงเหมือนเดิม 
  2. กล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรง: หลายคนไม่รู้ว่า “กล้ามเนื้อต้นขา” มีส่วนสำคัญมากในการช่วยพยุงข้อเข่า ถ้ากล้ามเนื้อไม่แข็งแรง เข่าจะรับแรงแทนมากขึ้น จนเกิดอาการปวดหรือเสื่อมไวกว่าเดิม

 

เช็ก 6 อาการเตือน “ข้อเข่าเสื่อม” ที่ไม่ควรมองข้าม! 

  1. ปวดเข่าเวลาขยับหรือเดินโดยเฉพาะตอนลุกนั่ง เดินขึ้นลงบันได หรือย่อตัว 
  2. เข่าฝืดตึง ขยับไม่คล่อง หลายคนจะรู้สึกชัดช่วงตื่นนอน หรือหลังนั่งนาน ๆ 
  3. มีเสียงดังในข้อเข่า เวลาเดินงอเข่าหรือขยับอาจมีเสียง “กร๊อบแกร๊บ” หรือเสียงลั่นในข้อ
  4. ข้อเข่าบวมอักเสบ บางวันปวดจนรู้สึกร้อน หรือบวมชัดเจนบริเวณรอบข้อเข่า 
  5. เดินไม่มั่นคงรู้สึกเข่าหลวม บางคนรู้สึกเหมือนเข่าจะทรุด เดินแล้วไม่มั่นใจ 
  6. เหยียดหรืองอเข่าได้ไม่สุด หากเริ่มงอหรือเหยียดขาได้ไม่เท่าเดิม อาจเป็นสัญญาณว่าข้อเริ่มเสื่อมมากขึ้น 

ข้อเข่าเสื่อม ดูแลยังไงดี? ยิ่งเริ่มดูแลเร็ว ยิ่งช่วยชะลอการเสื่อมได้ 

ข่าวดีคือ “ข้อเข่าเสื่อม” ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทุกคน ถ้ารู้ตัวเร็วและดูแลถูกวิธี ก็สามารถช่วยลดอาการปวดและชะลอการเสื่อมได้

 

  1. ควบคุมน้ำหนักลดภาระข้อเข่า แค่ลดน้ำหนักลงบางส่วน ก็ช่วยให้ข้อเข่ารับแรงน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หลายคนพอเริ่มลดน้ำหนัก อาการปวดเข่าก็ดีขึ้นตามไปด้วย 
  2. ออกกำลังกายแบบถนอมข้อ คนปวดเข่าไม่ได้แปลว่าห้ามออกกำลังกาย แต่ควรเลือกแบบที่แรงกระแทกต่ำ เช่น 
  • เดินเร็ว 
  • ปั่นจักรยาน 
  • ว่ายน้ำ 
  • บริหารกล้ามเนื้อต้นขา 
  1. เลี่ยงท่าที่กดเข่าหนัก ถ้าเริ่มมีอาการ ควรลดพฤติกรรมที่เพิ่มแรงกดข้อเข่า เช่น 
  • นั่งพับเพียบ 
  • นั่งยอง ๆ 
  • คุกเข่านาน 
  • ขึ้นลงบันไดบ่อย 
  1. ฝึกบริหารข้อเข่าอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในท่าที่ช่วยลดความตึงและเสริมความแข็งแรงได้ คือ ท่าเหยียดเข่าค้าง 

วิธีทำง่าย ๆ 

  • นั่งบนเก้าอี้หลังตรง 
  • เหยียดขาให้ตรง 
  • เกร็งต้นขาค้างไว้ประมาณ 10 วินาที 
  • สลับข้าง ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง 

อย่าปล่อยให้ปวดเรื้อรัง หลายคนทนปวดจนเดินผิดท่า หรือเลี่ยงการใช้ขาไปเลย สุดท้ายกล้ามเนื้อยิ่งอ่อนแรง และข้อเข่ายิ่งเสื่อมเร็วขึ้น 

ถ้ามีอาการปวดต่อเนื่อง บวม หรือใช้ชีวิตลำบาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียด 

 

ข้อเข่าเสื่อม รักษาได้ไหม? 

การรักษาข้อเข่าเสื่อมมีหลายวิธี ตั้งแต่การดูแลตัวเอง กายภาพบำบัด การใช้ยา ไปจนถึงการรักษาทางการแพทย์เฉพาะทาง แพทย์จะพิจารณาตามอาการและระดับความเสื่อมของแต่ละคน เช่น 

ระยะเริ่มต้น 

  • ปรับพฤติกรรม 
  • ลดน้ำหนัก 
  • กายภาพบำบัด 
  • บริหารกล้ามเนื้อ 

ระยะปานกลาง 

  • ใช้ยาเพื่อลดปวดและอักเสบ 
  • ฉีดสารหล่อลื่นข้อเข่า 
  • ฟื้นฟูข้อเข่าเฉพาะทาง 

ระยะรุนแรง 

  • อาจต้องพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า 

สรุปว่า อย่ารอให้ “เดินไม่ไหว” แล้วค่อยดูแล 

“ข้อเข่าเสื่อม”ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะแค่พฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ก็อาจเร่งให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว 

ถ้าเริ่มมีอาการปวดเข่า ลุกนั่งลำบาก เดินขึ้นลงบันไดไม่คล่อง หรือเข่ามีเสียงเวลาเคลื่อนไหว อย่าปล่อยไว้จนกระทบการใช้ชีวิต เพราะยิ่งรู้เร็ว ดูแลเร็ว ก็ยิ่งช่วยชะลอการเสื่อมและลดโอกาสปวดเรื้อรังในอนาคตได้ 

สำหรับใครที่เริ่มกังวลเรื่องอาการปวดเข่า หรืออยากประเมินความเสี่ยง “ข้อเข่าเสื่อม” แบบละเอียด สามารถเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ด้านกายภาพและข้อเข่าได้ที่ S’RENE by SLC เพื่อวางแผนดูแล ฟื้นฟู และเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ให้กลับมาเคลื่อนไหวได้มั่นใจ ใช้ชีวิตได้คล่องตัวในทุกวัน

สามารถติดตาม S’RENE by SLC ได้ที่