รายละเอียดบริการ
Service details

โปรแกรม Hunger Reset – Mounja

หิวบ่อย กินไม่หยุด อยากดูแลหุ่น สงสัยว่า เปปไทด์ลดน้ำหนัก ช่วยได้จริงมั้ย โปรแกรม Hunger Reset – Mounja ที่ S’RENE by SLC

สอบถามข้อมูล

รายละเอียดบริการ

 

หลายคนที่กำลังพยายามจัดการน้ำหนัก ดูแลหุ่นและรูปร่าง หรือกำลัง ลดน้ำหนัก เข้าใจดีว่า ”ความหิว” กับ ”ความอยากกิน” นั้น เป็นสิ่งที่ยากในการจัดการ ทั้งคนที่มี BMI เกินมาตราฐาน ผู้ที่ภาวะโรคอ้วน (Obesity) หรือภาวะอื่นๆ รวมไปถึงบางคนพยายามดูแลน้ำหนักมาสักพัก มักเจอกำแพงเดียวกัน คือคุมอาหารได้ในช่วงแรก ออกกำลังกายก็สม่ำเสมอ แต่พอผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ ความหิวและความอยากอาหารก็กลับมาแรงกว่าเดิม จนน้ำหนักที่ลดไป ค่อย ๆ ไต่กลับขึ้นมา นอกจากนี้ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่วินัยหรือพฤติกรรมอย่างเดียว แต่อยู่ที่ ฮอร์โมน ซึ่งมีผลต่อความหิว ที่ยังทำงานไม่สมดุล หลายคนจึงมองหาตัวเลือกอย่าง เปปไทด์ลดน้ำหนัก หรือที่ในโซเชี่ยลเรียกว่า ปากกาคุมหิว ที่กำลังฮิตอยู่ในช่วงนี้ มาเป็นตัวช่วย 

ว่าแต่ เปปไทด์ลดน้ำหนัก หรือ ปากกาคุมหิว เนี่ย คืออะไรกันแน่? ช่วยให้เราน้ำหนักลงได้ยังไง มีกลไกทำงานอย่างไร แล้วต้องใช้หรือฉีดแบบไหน สัปดาห์ละครั้งใช่มั้ย ราคาเท่าไหร่ มีผลข้างเคียงหรือเปล่า บทความหน้านี้จะพาไล่ดูตั้งแต่กลไก ความต่างของตัวเลือกที่มีให้บริการ ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ 

เปปไทด์ลดน้ำหนัก คืออะไร? ทำงานกับร่างกายอย่างไร? 

เปปไทด์ลดน้ำหนัก คือยาฉีดที่ออกแบบให้เลียนแบบฮอร์โมนความอิ่มซึ่งลำไส้หลั่งออกมาเองหลังกินอาหาร จุดนี้ต่างจากยาลดน้ำหนักรุ่นเก่าที่กดประสาทส่วนกลางให้ไม่หิว ซึ่งมักมาพร้อมอาการใจสั่นและนอนไม่หลับ 

ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องหลัก ๆ มีสองตัว 

  • GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) ทำหน้าที่ส่งสัญญาณความอิ่มไปยังสมองส่วนที่ควบคุมความหิว พร้อมกับชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร อาหารจึงอยู่ในกระเพาะนานขึ้นและรู้สึกอิ่มท้องนานกว่าปกติ 
  • GIP (Glucose-Dependent Insulinotropic Polypeptide) ไม่ได้เด่นเรื่องลดความอยากอาหารเท่า GLP-1 แต่ช่วยเสริมการเผาผลาญพลังงานและลดการสะสมไขมันในช่องท้อง เมื่อทำงานร่วมกับ GLP-1 จึงส่งเสริมกันได้ดี 

ปัญหาคือ GLP-1 ที่ร่างกายสร้างเองสลายตัวเร็วมาก ความรู้สึกอิ่มจึงอยู่ได้ไม่นาน ยิ่งในคนที่น้ำหนักเกินมาก ระบบฮอร์โมนกลุ่มนี้มักทำงานไม่เต็มที่ จึงหิวบ่อยและอิ่มยากกว่าคนทั่วไป ตัวยาจึงถูกปรับโครงสร้างให้ทนต่อการถูกทำลายได้นานระดับสัปดาห์ และฉีดเพียงสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอแล้ว 

โปรแกรม Hunger Reset ลดความอยากอาหาร ด้วย เปปไทด์ลดน้ำหนัก 

ที่ S’RENE by SLC เข้าใจถึงความต้องการของผู้คนในการดูแลสุขภาพและรูปร่าง และอยากได้ตัวช่วยที่เข้ามา ดูแลจัดการกับความหิว จึงมีทางเลือกในการดูแลน้ำหนักถึงสองรูปแบบ คือ โปรแกรม Hunger Reset – WeGo และ โปรแกรมใหม่สุดฮิตอย่าง Hunger Reset – Mounja ซึ่่งครั้งนี้ ซีรีนขอมาแนะนำกับตัวของ โปรแกรม Hunger Reset – Mounja หรือจะเรียกสั้นๆ ว่า โปรแกรม มอนจา นั่นเอง  

โดยทั้งสองโปรแกรมต่างกันที่ตัวรับซึ่งตัวยาเข้าไปจับ ตัวหนึ่งจับกับตัวรับ GLP-1 อย่างเดียว อีกตัวจับทั้ง GLP-1 และ GIP พร้อมกัน ความต่างเพียงจุดนี้สะท้อนออกมาทั้งในระดับผลลัพธ์จากการศึกษาและความเหมาะสมกับแต่ละคน แต่สองตัวนี้ จะแตกต่างกันยังไง ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อน 

โปรแกรม Hunger Reset – WeGo (วีโก) 

โปรแกรม Hunger Reset – WeGo ใช้ตัวยา Semaglutide ซึ่งออกฤทธิ์ที่ตัวรับ GLP-1 เพียงตัวเดียว โครงสร้างของตัวยาถูกปรับให้ทนต่อการสลายตัวในร่างกายได้ดีกว่ายารุ่นที่ต้องฉีดทุกวัน และยังจับกับตัวรับ GLP-1 ได้แน่นกว่า ผลที่ตามมาคือร่างกายได้รับสัญญาณความอิ่มต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ 

สิ่งที่ผู้เข้ารับบริการมักสังเกตได้ในช่วงแรก 

  • อิ่มเร็วขึ้นและอิ่มนานขึ้น แม้กินในปริมาณที่น้อยกว่าเดิม ทำให้ลดปริมาณอาหารต่อมื้อลงโดยไม่ต้องฝืนอด 
  • ความอยากอาหารจุกจิกลดลง โดยเฉพาะของหวานและของมันระหว่างมื้อ 
  • ระดับน้ำตาลในเลือดนิ่งขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยลดความหิวที่มาเป็นระลอกในระหว่างวัน 

โปรแกรม Hunger Reset – Mounja (มอนจา) 

โปรแกรม Hunger Reset – Mounja ใช้ตัวยา Tirzepatide ซึ่งต่อยอดจากหลักการเดียวกัน แต่เพิ่มการออกฤทธิ์ที่ตัวรับ GIP เข้ามาอีกตัว จึงเรียกว่ายาที่ออกฤทธิ์สองตัวรับ (dual agonist) 

การกระตุ้น GIP ร่วมด้วยไม่ได้ช่วยเรื่องความอิ่มโดยตรง แต่ไปเสริมฝั่งการเผาผลาญพลังงานและการกำจัดไขมัน โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง เมื่อทำงานควบคู่กับสัญญาณความอิ่มจาก GLP-1 ตัวยาจึงดูแลทั้งสองด้านไปพร้อมกัน คือลดความอยากอาหารในแต่ละมื้อ และช่วยให้ร่างกายดึงไขมันสะสมมาใช้เป็นพลังงานได้ดีขึ้น 

 

จุดนี้มักได้ประโยชน์ชัดในกลุ่มที่เคยใช้ยาออกฤทธิ์ตัวรับเดียวมาก่อนแล้วน้ำหนักหยุดนิ่ง หรือกลุ่มที่มีไขมันสะสมช่วงเอวและหน้าท้องเป็นหลัก การเสริม GIP เข้ามาทำให้ผลลัพธ์ในการศึกษาทางคลินิกสูงกว่ายาที่ออกฤทธิ์ตัวรับเดียว ทั้งที่ฉีดสัปดาห์ละครั้งเท่ากัน โดยการศึกษากลุ่ม SURMOUNT พบว่าช่วยลดน้ำหนักได้ราว 20–22.5% ของน้ำหนักตัวที่ขนาดยาสูงสุด 

สิ่งที่ผู้เข้ารับบริการโปรแกรม Hunger Reset – Mounja มักสังเกตได้ 

  • อิ่มไวขึ้นและอิ่มอยู่ท้องนานขึ้น กินมื้อใหญ่ได้น้อยลงโดยไม่ต้องฝืนใจ ความอยากของหวานของมันระหว่างวันก็ลดลงตามไปด้วย 
  • ไขมันช่วงเอวและหน้าท้องมีแนวโน้มค่อย ๆ ลดลง เพราะ GIP เข้ามาเสริมการกำจัดไขมันบริเวณนี้ ควบคู่กับการเผาผลาญที่ดีขึ้น 
  • น้ำหนักลดแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อกินน้อยลงอย่างเป็นธรรมชาติร่วมกับการปรับพฤติกรรม จึงประคองผลได้ในระยะยาว 

 ไม่แน่ใจว่าโปรแกรมไหนเหมาะกับร่างกายตัวเอง ให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ — คลิก 

เทียบให้เห็นภาพโปรแรม Hunger Reset – Mounja  กับ WeGo ต่างกันตรงไหน? 

ตารางด้านล่างสรุปความต่างของ เปปไทด์ลดน้ำหนัก ทั้งสองรูปแบบจากข้อมูลการศึกษาทางคลินิก 

  โปรแกรม Hunger Reset – WeGo  โปรแกรม Hunger Reset – Mounja 
ตัวยา  Semaglutide  Tirzepatide 
ตัวรับที่ออกฤทธิ์  GLP-1  GLP-1 + GIP 
ความถี่ในการฉีด  สัปดาห์ละ 1 ครั้ง  สัปดาห์ละ 1 ครั้ง 
ผลลดน้ำหนักในการศึกษา  ราว 15% ของน้ำหนักตัว (การศึกษากลุ่ม STEP)  ราว 20–22.5% ของน้ำหนักตัวที่ขนาดยาสูงสุด (การศึกษากลุ่ม SURMOUNT) 
จุดเด่น  เน้นควบคุมความอยากอาหารเป็นหลัก มีข้อมูลการใช้ต่อเนื่องยาวนาน  เสริมฝั่งการเผาผลาญและไขมันในช่องท้องเพิ่มเข้ามา 

หมายเหตุ: ตัวเลขทั้งหมดเป็นค่าจากการศึกษาทางคลินิกที่ขนาดยาสูงสุดและระยะเวลาต่างกัน ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์ ผลในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกาย พฤติกรรมการกิน และการออกกำลังกายร่วม 

ใครบ้างที่เหมาะกับ เปปไทด์ลดน้ำหนัก หรือ โปรแกรม Hunger Reset – Mounja (มอนจา) 

  • ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป ซึ่งเข้าเกณฑ์ภาวะอ้วน แม้ยังไม่มีโรคร่วม 
  • ผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไป ร่วมกับภาวะสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนัก เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ หรือภาวะไขมันพอกตับ 
  • ผู้ที่คุมอาหารและออกกำลังกายมาแล้วแต่น้ำหนักไม่ขยับเท่าที่ควร เพราะความหิวเป็นอุปสรรคหลักที่ฝืนได้ยากในระยะยาว 
  • ผู้ที่ต้องการความสะดวก เพราะฉีดเพียงสัปดาห์ละครั้ง ไม่ต้องพกติดตัวทุกวัน 

ใครที่ยังไม่ควรใช้ 

  • ผู้ที่มีประวัติมะเร็งไทรอยด์ชนิด Medullary หรือกลุ่มอาการ MEN 2 ทั้งในตัวเองและในครอบครัวใกล้ชิด 
  • ผู้ที่มีประวัติตับอ่อนอักเสบ เนื่องจากตัวยาอาจส่งผลต่อตับอ่อน จึงต้องแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ 
  • ผู้ที่มีภาวะไตเสื่อมรุนแรง ต้องได้รับการประเมินการทำงานของไตก่อนเริ่มยา 
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร รวมถึงผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของยา 

ยากลุ่มนี้จัดเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น แม้อยู่นอกกลุ่มข้างต้นก็ยังต้องเข้ารับการประเมินสุขภาพโดยรวมก่อนเริ่มทุกครั้ง 

ขนาดยาและการปรับขนาด ของโปรแกรม มอนจา 

โปรแกรม Hunger Reset ใช้หลักการเดียวกันกับ การปัก ปากกาคุมหิว ก็คือเริ่มจากขนาดต่ำแล้วค่อย ๆ ไต่ขึ้นทีละขั้น ขั้นละประมาณ 4 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวกับตัวยาและลดอาการข้างเคียงในระบบทางเดินอาหาร การไต่ขนาดเร็วเกินไปไม่ได้ทำให้น้ำหนักลงเร็วขึ้น แต่มักทำให้คลื่นไส้จนใช้ต่อไม่ไหว 

โปรแกรม Hunger Reset – Mounja (Tirzepatide) ฉีดสัปดาห์ละครั้งเช่นกัน ไต่ขนาดครั้งละ 2.5 mg 

ช่วง  ขนาดต่อสัปดาห์ 
สัปดาห์ที่ 1–4  2.5 mg  
สัปดาห์ที่ 5–8  5 mg 
ขั้นถัดไป  เพิ่มครั้งละ 2.5 mg ห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ตามการตอบสนองของแต่ละคน 
ขนาดสำหรับใช้ต่อเนื่อง  5, 10 หรือ 15 mg โดย 15 mg คือขนาดสูงสุดต่อสัปดาห์ 

บางคนตอบสนองดีตั้งแต่ขนาดกลางและไม่จำเป็นต้องไต่ถึงขนาดสูงสุด บางคนต้องคงขนาดเดิมไว้นานกว่า 4 สัปดาห์ก่อนขยับขั้นต่อไป เพราะยังปรับตัวกับอาการข้างเคียงไม่ลงตัว แผนการไต่ขนาดจึงไม่เหมือนกันทุกคน 

คำเตือน: ขนาดยาและจังหวะการปรับขนาดยาต้องกำหนดโดยแพทย์เท่านั้น ห้ามปรับขนาดเอง ห้ามข้ามขั้น และห้ามเพิ่มขนาดเพื่อเร่งผลลัพธ์ หากลืมฉีดหรือมีอาการข้างเคียงจนอยากปรับขนาด ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง 

วิธีใช้ ปากกาคุมหิว หรือ โปรแกรม Hunger Reset  

แพทย์และพยาบาลจะสอนวิธีใช้ตั้งแต่เข็มแรกที่คลินิก ก่อนที่ผู้เข้ารับบริการจะฉีดเองที่บ้านในครั้งถัดไป 

  1. ตรวจอุปกรณ์ก่อนใช้ ดูว่าขนาดยาบนปากกาตรงกับที่แพทย์สั่ง ถอดปลอกออกแล้วสังเกตน้ำยาว่าใส ไม่ขุ่น ไม่มีตะกอน 
  2. ติดตั้งเข็มใหม่ หมุนเข็มเข้ากับปากกาให้แน่น แล้วดึงฝาครอบเข็มออก ใช้เข็มใหม่ทุกครั้ง 
  3. ทดสอบการไหล หมุนไปที่สัญลักษณ์ตรวจสอบการไหล กดปุ่มจนเห็นหยดน้ำยาที่ปลายเข็ม เพื่อไล่อากาศและยืนยันว่าปากกาพร้อมใช้ 
  4. ตั้งขนาดยาตามที่แพทย์กำหนด หมุนปุ่มจนตัวเลขตรงกับขนาดที่ระบุไว้ในแผนของสัปดาห์นั้น 
  5. เตรียมผิวบริเวณที่ฉีด ล้างมือให้สะอาด แล้วเช็ดผิวด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ รอให้แห้งก่อนฉีด 
  6. เลือกตำแหน่งฉีด ฉีดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้อง (ห่างจากสะดือราว 2 นิ้ว) ต้นขา หรือด้านหลังต้นแขน และเปลี่ยนจุดฉีดทุกสัปดาห์ เพื่อไม่ให้ผิวหนังบริเวณเดิมหนาตัวจนดูดซึมยาได้ไม่ดี 
  7. ฉีดและนับเวลา แทงเข็มตั้งฉากกับผิว กดปุ่มค้างไว้จนตัวเลขกลับมาที่ศูนย์ แล้วนับต่อในใจถึง 6 ก่อนดึงเข็มออก เพื่อให้ยาเข้าครบตามขนาด 

ฉีดในวันเดิมของทุกสัปดาห์ ช่วงเวลาใดของวันก็ได้ และไม่ต้องสัมพันธ์กับมื้ออาหาร ส่วนปากกาที่ยังไม่เปิดใช้ให้เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา ห้ามแช่ช่องแข็ง 

รวมข้อควรรู้ก่อนใช้ โปรแกรม Hunger Reset – Mounja 

ก่อนตัดสินใจเริ่มโปรแกรม Hunger Reset – Mounja มีหลายเรื่องที่ควรรู้ล่วงหน้า ตั้งแต่ขั้นตอนการดูแลที่คลินิก การเตรียมตัวก่อนฉีด การดูแลตัวเองระหว่างใช้ ไปจนถึงอาการข้างเคียงที่อาจเจอ รวบรวมไว้ให้ในส่วนนี้ 

ขั้นตอนการดูแลและจัดการน้ำหนักที่ S’RENE by SLC 

  1. ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกัน พูดคุยถึงเป้าหมาย ประวัติสุขภาพ และพฤติกรรมการกินที่ผ่านมา พร้อมแจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาที่ใช้อยู่ 
  2. ตรวจประเมินสุขภาพและวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย วัด BMI สัดส่วนไขมันและกล้ามเนื้อ ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ไขมัน ความดัน และการทำงานของตับและไต รวมถึงตรวจระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความหิวและการเผาผลาญ เพื่อดูภาพรวมของร่างกายก่อนวางแผน 
  3. แพทย์เลือกตัวยา ขนาด และแผนการปรับขนาด ให้สอดคล้องกับสภาพร่างกายและเป้าหมายของแต่ละคน 
  4. สอนวิธีใช้ปากกาตั้งแต่เข็มแรกที่คลินิก พร้อมแผนการไต่ขนาดยาที่เขียนไว้ชัดเจนสำหรับแต่ละสัปดาห์ 
  5. ติดตามผลและปรับแผนต่อเนื่อง พร้อมคำแนะนำด้านโภชนาการและการออกกำลังกายควบคู่กันไป 

ในวันที่มาฉีด ไม่จำเป็นต้องงดอาหารก่อน แต่ควรพักผ่อนให้เพียงพอและเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงนั้น เพื่อลดโอกาสเกิดอาการคลื่นไส้ 

การดูแลตัวเองระหว่างใช้โปรแกรม Hunger Reset – Mounja 

ช่วงที่ความอยากอาหารลดลง ร่างกายจะได้รับพลังงานน้อยลงตามไปด้วย ถ้าดูแลตัวเองให้ถูกวิธีก็จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้ต่อเนื่องโดยไม่เสียมวลกล้ามเนื้อ 

  • ดื่มน้ำให้ได้วันละ 1.5–2 ลิตร ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น และลดอาการท้องผูกที่พบบ่อยในช่วงแรกของการใช้ยา 
  • กินโปรตีนให้เพียงพอในแต่ละมื้อ เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ปลา หรือเต้าหู้ เพราะช่วงที่กินน้อยลงร่างกายเสี่ยงดึงมวลกล้ามเนื้อไปใช้ การกระจายโปรตีนให้ครบทุกมื้อจึงช่วยรักษากล้ามเนื้อไว้ 
  • ออกกำลังกายควบคู่ โดยเฉพาะการฝึกแรงต้านหรือเวทเทรนนิงราว 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อรักษากล้ามเนื้อ เสริมด้วยคาร์ดิโอเบา ๆ อย่างเดินเร็วหรือปั่นจักรยานเพื่อช่วยการเผาผลาญ 
  • กินมื้อเล็กลงแต่บ่อยขึ้น และหยุดเมื่อรู้สึกอิ่ม ไม่ต้องฝืนกินให้หมดจาน เคี้ยวอาหารให้ละเอียดจะช่วยลดอาการแน่นท้องและท้องอืด 
  • เลี่ยงอาหารไขมันสูง น้ำตาลสูง รสจัด และของทอด เพราะกระตุ้นอาการไม่สบายท้องได้ง่ายในช่วงที่ร่างกายกำลังปรับตัว 

งดการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่ใช้ยา เพราะอาจทำให้คลื่นไส้มากขึ้น และพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวและทำงานได้เต็มที่ 

ผลข้างเคียงที่พบ หลังฉีดเปปไทด์ลดน้ำหนัก 

อาการข้างเคียงที่พบบ่อยอยู่ในระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้ ท้องอืด ท้องเสีย หรือท้องผูก ส่วนใหญ่เกิดในช่วงแรกที่ร่างกายกำลังปรับตัว แล้วค่อย ๆ ลดลงเมื่อใช้ต่อเนื่อง 

แนวทางที่ใช้จัดการคือเริ่มยาในขนาดต่ำก่อน แล้วค่อย ๆ ปรับเพิ่มตามแผนของแพทย์ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวได้ทัน ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการกิน เช่น กินมื้อเล็กลงแต่บ่อยขึ้น เลี่ยงอาหารไขมันสูงและรสจัด รวมถึงดื่มน้ำให้เพียงพอ 

อัตราค่าบริการ เปปไทด์ลดน้ำหนัก หรือ โปรแกรม Hunger Reset – Mounja (มอนจา) ราคาเท่าไหร่? 

เมื่อเข้ารับบริการโปรแกรม Hunger Reset – Mounja ที่คลินิก ยังได้รับบริการเสริมอื่น ๆ เพิ่มเติม 

  • ฟรี ค่าปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันก่อนเริ่มโปรแกรม เพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนเฉพาะบุคคล 
  • กรณีเลือกฉีดที่คลินิก (ไม่นำปากกากลับบ้าน) รับฟรีโปรแกรม DEXA Scan 1 ครั้ง เพื่อดูสัดส่วนไขมัน มวลกล้ามเนื้อ และมวลกระดูกอย่างละเอียด 
  • วัดด้วยเครื่อง Body Composition Analyser ทั้งก่อนเริ่ม ระหว่างการปัก และหลังจบโปรแกรม เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเป็นระยะ 

รีวิวจากผู้เข้ารับบริการ โปรแกรม Hunger Reset – Mounja (มอนจา)  

 

เลือกฉีดเปปไทด์ลดน้ำหนัก Tirzepatide ที่ไหนดี 

เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ใช้ปากกาคุมหิวอย่างถูกวิธี แนะนำให้พิจารณาจาก 5 ข้อสำคัญ 

  • เลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่เปิดให้บริการถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข 
  • มีแพทย์เป็นผู้ประเมินก่อนเริ่มใช้ยา มีการซักประวัติและตรวจสุขภาพ เพื่อวางแผนให้เหมาะกับเงื่อนไขสุขภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคน 
  • มีการนัดติดตามผลหลังใช้ และปรับแผนตามการตอบสนองของร่างกาย 
  • ให้ข้อมูลครบถ้วนทั้งข้อดี ข้อจำกัด และอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น โดยไม่เร่งการตัดสินใจ 
  • ค่าบริการสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับคลินิกหรือโรงพยาบาลอื่น 

Tirzepatide เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบฮอร์โมน หากใช้โดยไม่มีการประเมินสุขภาพหรือไม่มีการติดตามผล อาจได้ผลลัพธ์ไม่ตรงกับเป้าหมายที่วางไว้ หรือเกิดอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ 

ปากกาคุมหิว Tirzepatide ต่างจากยาลดน้ำหนักอย่างไร 

Tirzepatide ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน และไม่ใช่ยาลดความอยากอาหารแบบกระตุ้นประสาท เพราะตัวยาออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนความอิ่มตามธรรมชาติ จึงไม่กดประสาทส่วนกลางเหมือนยารุ่นเก่า ไม่ทำให้ใจสั่นหรือนอนไม่หลับ 

เมื่อใช้ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการกิน ยากลุ่มนี้ยังให้ผลต่อเนื่องและมีโอกาสน้ำหนักเด้งกลับน้อยกว่ายาลดน้ำหนักแบบเดิม การปักปากกาคุมหิว Tirzepatide จึงไม่ใช่ทางลัด แต่เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยให้การลดน้ำหนักเป็นไปตามแผนภายใต้การดูแลของแพทย์ 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับการใช้ เปปไทด์ลดน้ำหนัก หรือ ปากกาคุมหิว 

Q: ต้องฉีดไปตลอดไหม  

A: ไม่จำเป็นเสมอไป เมื่อน้ำหนักเข้าสู่เกณฑ์ที่เหมาะสมแล้ว แพทย์จะพิจารณาแผนการลดขนาดยาและการหยุดยาให้ แต่ยังต้องดูแลพฤติกรรมต่อเนื่องเพื่อรักษาผลลัพธ์ไว้ 

Q: หยุดแล้วน้ำหนักจะกลับขึ้นไหม  

A: มีโอกาสน้ำหนักขึ้นหลังหยุดยา ข้อมูลจากการศึกษาพบว่าภายใน 1 ปีหลังหยุด น้ำหนักกลับขึ้นมาราว 60% ของที่ลดไป การค่อย ๆ ลดขนาดยาก่อนหยุดร่วมกับการรักษาพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย ช่วยคงน้ำหนักได้ดีกว่าการหยุดทันที 

Q: กี่สัปดาห์ถึงเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง  

โดยทั่วไปเริ่มรู้สึกถึงความอยากอาหารที่ลดลงตั้งแต่สัปดาห์แรก ๆ แต่การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักที่ชัดเจนต้องอาศัยการใช้ต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสมควบคู่กับการปรับพฤติกรรม 

A: เลือกเองได้ไหมว่าจะใช้โปรแกรมไหน  

การเลือกตัวยาต้องผ่านการประเมินของแพทย์ เพราะต้องดูทั้งประวัติสุขภาพ โรคร่วม ยาที่ใช้อยู่ และการตอบสนองของร่างกายในช่วงแรกประกอบกัน 

Q: ใช้ควบคู่กับการดูแลรูปร่างอื่น ๆ ได้ไหม  

A: สำหรับคนที่อยากเสริมการดูแลรูปร่างและการเผาผลาญเพิ่มเติม ใช้ควบคู่กับโปรแกรมอื่นของคลินิกได้ เช่น โปรแกรม INDIBA Visceral Fat ที่ดูแลไขมันสะสมในช่องท้อง โปรแกรม IV Fat Burn และ โปรแกรม IV Metabolism Activator โดยแพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมและลำดับการดูแลให้เป็นรายบุคคล 

Q: ซื้อปากกามาฉีดเองได้ไหม  

A: ไม่แนะนำให้ซื้อมาฉีดเองไม่ว่าจะยี่ห้อไหน เพราะยาที่ซื้อจากช่องทางออนไลน์ซึ่งไม่ทราบแหล่งที่มา อาจเป็นยาปลอมหรือยาที่เสื่อมคุณภาพ และการใช้ยาที่ออกฤทธิ์ต่อฮอร์โมนควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ 

Q: ควรฉีดตอนไหน  

A: ฉีดสัปดาห์ละครั้ง เวลาใดของวันก็ได้ จะก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ แต่แนะนำให้เป็นวันเดียวกันของทุกสัปดาห์ เพื่อให้ระดับยาในร่างกายสม่ำเสมอ 

เริ่มต้นใส่ใจสุขภาพ ดูแลน้ำหนัก จัดการความหิว กับ S’RENE by SLC 

เปปไทด์ลดน้ำหนัก เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลน้ำหนัก ผลลัพธ์ที่คงอยู่ในระยะยาวมาจากการปรับพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และการติดตามอย่างต่อเนื่อง ที่ S’RENE by SLC มีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกัน เพื่อประเมินสุขภาพ วิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย และออกแบบแนวทางดูแลน้ำหนักเฉพาะบุคคล พร้อมติดตามผลอย่างใกล้ชิด พร้อมด้วยบริการดูแลสุขภาพอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งดริปวิตามิน ตรวจเช็กฮอร์โมน และปรับสมดุลร่างกาย เพื่อตอบโจทย์ในการดูแลสุขภาพมากที่สุด สุขภาพดี เริ่มต้นได้ที่ซีรีน 

เริ่มต้นดูแลน้ำหนักกับแพทย์— จองคิวปรึกษา คลิก 

 

ติดต่อนัดหมายปรึกษาแพทย์ได้ที่ 

  • สาขาทองหล่อ ชั้น 4 — โทร 064 184 5237 
  • สาขาชาน แจ้งวัฒนะ 14 ชั้น 2 — โทร 099 807 7261 
  • สาขาพาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 3 — โทร 081 249 7055 
  • สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 6 — โทร 080 245 7669 
  • สาขาสยาม — โทร 064 139 6390 และ 081 249 6392 

สนใจ จองคิวปรึกษาและรับบริการได้ที่ https://booking.slc-group.com/ LINE Official: @SRENEbySLC 

ดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ** เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ 

 

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปเท่านั้น มิได้มีเจตนาเพื่อการโฆษณายาหรือเครื่องมือแพทย์แต่อย่างใด การใช้ยาทุกชนิดควรอยู่ภายใต้คำแนะนำและการดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น 

 

รายการอ้างอิง 

Aronne, L. J., Horn, D. B., le Roux, C. W., Ho, W., Falcon, B. L., Gomez Valderas, E., Das, S., Lee, C. J., Glass, L. C., Senyucel, C., Dunn, J. P., & SURMOUNT-5 Trial Investigators. (2025). Tirzepatide as compared with semaglutide for the treatment of obesity. The New England Journal of Medicine, 393(1), 26–36. https://doi.org/10.1056/NEJMoa2416394 

Bergmann, N. C., Davies, M. J., Lingvay, I., & Knop, F. K. (2023). Semaglutide for the treatment of overweight and obesity: A review. Diabetes, Obesity & Metabolism, 25(1), 18–35. https://doi.org/10.1111/dom.14863 

Jastreboff, A. M., Aronne, L. J., Ahmad, N. N., Wharton, S., Connery, L., Alves, B., Kiyosue, A., Zhang, S., Liu, B., Bunck, M. C., Stefanski, A., & SURMOUNT-1 Investigators. (2022). Tirzepatide once weekly for the treatment of obesity. The New England Journal of Medicine, 387(3), 205–216. https://doi.org/10.1056/NEJMoa2206038 

Wilding, J. P. H., Batterham, R. L., Calanna, S., Davies, M., Van Gaal, L. F., Lingvay, I., McGowan, B. M., Rosenstock, J., Tran, M. T. D., Wadden, T. A., Wharton, S., Yokote, K., Zeuthen, N., Kushner, R. F., & STEP 1 Study Group. (2021). Once-weekly semaglutide in adults with overweight or obesity. The New England Journal of Medicine, 384(11), 989–1002. https://doi.org/10.1056/NEJMoa2032183 

Horn, D. B., Aronne, L. J., Wharton, S., Bays, H. E., le Roux, C. W., Srinath, R., Gomez-Valderas, E., Arad, A. D., Das, S., Dunn, J. P., Ribeiro, A., Glass, L. C., & Lee, C. J. (2026). Tirzepatide for maintenance of bodyweight reduction in people with obesity in the USA (SURMOUNT-MAINTAIN): A multicentre, double-blind, randomised, placebo-controlled trial. The Lancet, 407(10545), 2305–2318. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(26)00656-2 

Rizvi, A. A., & Rizzo, M. (2022). The emerging role of dual GLP-1 and GIP receptor agonists in glycemic management and cardiovascular risk reduction. Diabetes, Metabolic Syndrome and Obesity: Targets and Therapy, 15, 1023–1030. https://doi.org/10.2147/DMSO.S351982 

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (n.d.). รายละเอียดผลิตภัณฑ์ยา: WEGOVY 0.25 MG FLEXTOUCH. สืบค้นเมื่อ 14 กรกฎาคม 2026, จาก https://pertento.fda.moph.go.th/FDA_INFORMATION_DRUG/Home/Phar_Product_Inform_Page?Newcode=U1DR1C1072661505311C 

สาขาสยาม เลขที่ 215/3 อาคาร A La Art, ถนนพญาไท, ปทุมวัน, กรุงเทพฯ 10330
064 139 6390
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.
สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 6 1693 ถ. พหลโยธิน แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
080 245 7669
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.
สาขาทองหล่อ ชั้น 4 916/3-4 ถ.สุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
064 184 5237
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.
สาขาพาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 3 61 ถ. ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
081 249 7055
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.
สาขาชาน แจ้งวัฒนะ 14 ชั้น 2 104/42 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
099 807 7261
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.
สาขาสยาม เลขที่ 215/3 อาคาร A La Art, ถนนพญาไท, ปทุมวัน, กรุงเทพฯ 10330
064 139 6390
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.
สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 6 1693 ถ. พหลโยธิน แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
080 245 7669
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.
สาขาทองหล่อ ชั้น 4 916/3-4 ถ.สุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
064 184 5237
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.
สาขาพาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 3 61 ถ. ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
081 249 7055
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.
สาขาชาน แจ้งวัฒนะ 14 ชั้น 2 104/42 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
099 807 7261
เวลาทำการ 10.00-20.00 น.
Recommended Services
บริการแนะนำ

โปรแกรมตรวจความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ

นวัตกรรมคลื่นวิทยุความถี่สูงที่นิยมทำในกลุ่มนักกีฬา ช่วยบรรเทาอาการปวด ลดอาการบาดเจ็บ และอักเสบ เร่งกระบวนการฟื้นตัวให้หายไวขึ้น 

โปรแกรมฉีดวิตามินดี 300,000 IU เข้ากล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับคนที่มีระดับวิตามินดีต่ำกว่า 30ng/dL หรือคนที่ไม่สะดวกรับประทานเสริมในทุกวัน

ตรวจวิเคราะห์ร่างกาย พร้อมปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินสภาพร่างกาย และหาสาเหตุที่แท้จริง

โปรแกรมตรวจค่าบ่งชี้มะเร็งในผู้ชาย

ดริปน้ำนมด้วยกรดไขมันจำเป็น ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ผิวนุ่มชุ่มชื้น