ถ้าใครกำลังเจออาการนั่งยองแล้วปวดจี๊ด เดินขึ้นบันไดแล้วรู้สึกฝืด ๆ บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่าน เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของข้อเข่าเสื่อมที่หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องของผู้สูงวัยเท่านั้น แต่ความจริงแล้วข้อเข่าเสื่อม อายุน้อย ก็เป็นได้เหมือนกันนะ พอเริ่มปวดเข่า หลายคนก็เริ่มหาคำตอบว่า “ข้อเข่าเสื่อมควรกินอะไร” หรือ “อาหารเสริมข้อเข่า ตัวไหนช่วยได้จริง” แล้วก็ได้มาเจอกับคอลลาเจนกับกลูโคซามีนที่ตอนนี้กำลังถูกพูดถึงมากที่สุด งั้นวันนี้เราขออาสาพาไปเจาะลึกแบบเข้าใจง่าย ไม่มโน ไม่โอเวอร์ เรื่องอาหารเสริมข้อเข่า พร้อมชวนรู้จักนวัตกรรมการดูแลข้อเข่าที่ทันสมัยกว่าเดิมด้วย เตรียมตัวให้พร้อม แล้วตามมาอ่านกันเลย!
ข้อเข่าเสื่อม เกิดจากอะไร กิน อาหารเสริมข้อเข่า ช่วยได้จริงไหม?
ก่อนที่เราจะไปตามหา อาหารเสริมข้อเข่า มาทำความเข้าใจเรื่องข้อเข่าเสื่อมกันก่อน ข้อเข่าเสื่อม หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Osteoarthritis คือภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อ (Cartilage) ซึ่งทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกและช่วยให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวลื่นไหล เกิดการสึกหรอลงตามกาลเวลาหรือการใช้งาน เมื่อกระดูกอ่อนบางลง น้ำหล่อเลี้ยงข้อก็ลดลงตามไปด้วย ทำให้กระดูกสองฝั่งเสียดสีกันโดยตรง จนเกิดเสียงก๊อบแก๊บ อาการปวด และข้อฝืดตึงตามมา สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้นมีทั้งเรื่องอายุที่มากขึ้นตามธรรมชาติ น้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐานจนข้อเข่าต้องรับแรงกดทับสะสม การใช้งานข้อเข่าผิดท่าซ้ำ ๆ เช่น นั่งยองหรือนั่งพับเพียบนาน ๆ รวมถึงการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูงเกินไปโดยไม่มีการวอร์มอัพหรือเสริมกล้ามเนื้อรอบเข่าให้แข็งแรงพอ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมข้อเข่าเสื่อม อายุน้อย ถึงพบเจอได้บ่อยขึ้นในยุคนี้ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบวิ่งมาราธอนหรือเล่นกีฬาหนัก ๆ แบบไม่มีการดูแลข้อเข่าควบคู่ไปด้วย
ปวดเข่าข้างเดียว vs ปวดเข่าสองข้าง ต่างกันยังไง ต้องกังวลแค่ไหน เลือกกิน อาหารเสริมข้อเข่า ดีไหม
หลายคนสงสัยว่า ปวดเข่าข้างเดียว น่ากลัวกว่าปวดสองข้างไหม จริง ๆ แล้วทั้งสองแบบล้วนเป็นสัญญาณที่ต้องใส่ใจเหมือนกัน เพียงแต่สาเหตุอาจต่างกัน ถ้าปวดเข่าข้างเดียวมักเกี่ยวข้องกับการใช้งานข้างนั้นหนักเป็นพิเศษ เช่น ถนัดยืนลงน้ำหนักขาข้างเดียว หรือเคยมีอาการบาดเจ็บที่จุดนั้นมาก่อน ส่วนอาการปวดทั้งสองข้างมักสัมพันธ์กับความเสื่อมตามอายุหรือน้ำหนักตัวที่ส่งผลต่อข้อเข่าทั้งสองฝั่งพร้อมกัน ไม่ว่าจะปวดข้างเดียวหรือสองข้าง หากอาการปวดรุนแรงจนกระทบชีวิตประจำวัน มีอาการบวมแดงร้อนที่ข้อเข่า หรือปวดต่อเนื่องแม้พักผ่อนแล้วก็ไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ไม่ควรปล่อยไว้จนกลายเป็นเรื้อรัง
อาหารเสริมข้อเข่า “คอลลาเจน” และ “กลูโคซามีน” ช่วยได้จริงไหม?
พอพูดถึง อาหารเสริมข้อเข่า สองชื่อที่ถูกถามถึงบ่อยที่สุดคงหนีไม่พ้น คอลลาเจน และ กลูโคซามีน วันนี้เราจะมาแกะให้ดูกันทีละตัวแบบเคลียร์ ๆ
- คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen Type II) เป็นโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบหลักของกระดูกอ่อนในข้อต่อโดยเฉพาะ ต่างจากคอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 ที่เน้นเรื่องผิวพรรณ งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าการเสริมคอลลาเจนชนิดนี้อาจมีส่วนช่วยกระตุ้นเซลล์สร้างกระดูกอ่อน (Chondrocyte) ให้ทำงานได้ดีขึ้น และช่วยบรรเทาอาการปวดข้อในผู้ที่มีภาวะข้อเสื่อมระยะเริ่มต้น
- กลูโคซามีน (Glucosamine) เป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ ทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบของน้ำหล่อเลี้ยงข้อและกระดูกอ่อน เมื่ออายุมากขึ้นการสร้างกลูโคซามีนในร่างกายจะลดลง การเสริมจากภายนอกจึงถูกนำมาใช้เพื่อช่วยหล่อลื่นข้อต่อและอาจช่วยลดอาการปวดในบางราย
แต่สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันคือ ทั้งคอลลาเจนและกลูโคซามีนเป็นเพียงสาร อาหารเสริมข้อเข่า ที่ช่วยบำรุงและประคับประคองสภาพข้อเข่าในระยะเริ่มต้นเท่านั้น ไม่ใช่ยารักษาโรค และไม่สามารถสร้างข้อเข่าใหม่ให้กลับมาสมบูรณ์แข็งแรงเหมือนตอนหนุ่มสาวได้ 100% หากกระดูกอ่อนสึกหรอไปมากแล้ว การพึ่งอาหารเสริมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินแนวทางดูแลที่เหมาะสมกับระดับความเสื่อมของแต่ละคน
ข้อเข่าเสื่อมควรกินอะไร นอกเหนือจาก อาหารเสริมข้อเข่า
นอกจากอาหารเสริมข้อเข่าแล้ว การเลือกกินอาหารในชีวิตประจำวันก็มีผลต่อสุขภาพข้อเข่าไม่แพ้กัน กลุ่มอาหารที่แพทย์มักแนะนำให้เพิ่มเข้าไปในเมนูมีประมาณนี้นะ
- อาหารที่มีโอเมก้า-3 สูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ช่วยลดกระบวนการอักเสบภายในข้อ
- ผักผลไม้ที่มีวิตามินซี เช่น ส้ม ฝรั่ง บรอกโคลี ช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกาย
- กระเทียมและหอมหัวใหญ่ ที่มีสารกำมะถัน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
- ถั่วและธัญพืชไม่ขัดสี แหล่งแมกนีเซียมที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กระดูก
ในทางกลับกัน ควรลดอาหารที่กระตุ้นการอักเสบ อย่างเช่น อาหารน้ำตาลสูง ไขมันทรานส์ อาหารหมักดอง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจเร่งให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว
จองคิวปรึกษาและรับบริการได้ที่ https://booking.slc-group.com
น้ำหนักตัวสำคัญแค่ไหนกับข้อเข่า เช็ก BMI ของตัวเองก่อนสาย
รู้ไหมว่าน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทุก 1 กิโลกรัม ข้อเข่าต้องรับแรงกดทับเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเวลาเดินหรือขึ้นบันได นี่คือเหตุผลว่าทำไมการควบคุมน้ำหนักถึงเป็นหนึ่งในวิธีดูแลข้อเข่าที่ได้ผลจริงและทำได้ด้วยตัวเอง
วิธีคำนวณ BMI ง่าย ๆ คือ นำน้ำหนักตัว (กก.) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง เช่น หนัก 70 กก. สูง 1.65 ม. จะได้ 70 ÷ (1.65×1.65) = 25.7 ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มน้ำหนักเกินมาตรฐานแล้ว
หาก BMI เกิน 23 การควบคุมอาหารควบคู่กับการออกกำลังกายแบบไร้แรงกระแทก (Low-impact) อย่างปั่นจักรยานหรือว่ายน้ำ จะช่วยเสริมกล้ามเนื้อรอบเข่าโดยไม่เพิ่มแรงกระแทกให้ข้อเข่าต้องทำงานหนักขึ้น
เมื่ออาหารเสริมข้อเข่าอาจไม่เพียงพอ มีทางเลือกอะไรบ้างสำหรับคนไม่อยากผ่าตัด
เข้าใจเลยว่าพอบอกให้ไปหาหมอ หลายคนจะมีความกลัวว่าต้องโดนจับผ่าตัดแน่ ๆ! แต่ในโลกยุคปัจจุบันการดูแลข้อเข่าก้าวล้ำไปมากแล้วจริง ๆ สำหรับใครที่กินอาหารเสริมแล้วยังรู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์ หรือมีอาการปวดที่รบกวนชีวิตประจำวัน ที่ S’RENE by SLC เรามีทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์คนยุคนี้สุด ๆ กับ Joint Injection Program นี่คือโปรแกรมฟื้นฟูข้อเข่าเสื่อมแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ฉีดปุ๊บ กลับไปใช้ชีวิตชิล ๆ ได้เลย! โปรแกรมนี้ออกแบบมาเพื่อดูแลผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม ปวดเข่าเรื้อรัง หรือเข่าฝืดตึง โดยใช้สารสกัดประสิทธิภาพสูงส่งตรงเข้าสู่ข้อเข่า เพื่อช่วยลดการอักเสบ ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และเพิ่มความคล่องตัวให้ข้อต่ออย่างตรงจุด
ทำไมถึงต้องเลือก Joint Injection Program ที่ S’RENE by SLC
- ออกแบบเฉพาะบุคคล มีให้เลือกถึง 3 โปรแกรมย่อยตามระดับความรุนแรงและปัญหาของแต่ละบุคคล
- ดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ดูแลอย่างใกล้ชิดภายใต้แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) ปลอดภัยและได้มาตรฐาน
- ฟื้นฟูไว ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ไม่มีเวลาพักฟื้น ทำเสร็จสามารถกลับไปลุยงานหรือทำกิจกรรมที่รักต่อได้เลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ อาหารเสริมข้อเข่า
Q1: อายุเพิ่ง 30 ต้น ๆ เริ่มมีเสียงเข่าดังก๊อบแก๊บ ต้องกินอาหารเสริมข้อเข่าเลยไหม?
A: โรคข้อเข่าเสื่อมไม่ได้ถามหาแค่วัยเก๋าอีกต่อไป! วัยรุ่นหรือวัยทำงานที่ใช้งานเข่าหนัก ๆ ก็มีความเสี่ยง หากเริ่มมีเสียงก๊อบแก๊บแต่ยังไม่ปวด อาจจะเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรม ควบคุมน้ำหนัก และเลือกทานอาหารที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และวิตามินซีดูก่อนได้ แต่ถ้าเริ่มมีอาการปวดตึงร่วมด้วย การเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยเซฟข้อเข่าให้อยู่กับเราไปได้อีกนานเลย
Q2: กิน “คอลลาเจน” กับ “กลูโคซามีน” ตัวไหนช่วยเรื่องข้อเข่าได้ดีกว่ากัน?
A: ต้องบอกว่าสองตัวนี้ทำหน้าที่ต่างกัน! กลูโคซามีน (Glucosamine) จะเด่นเรื่องการกระตุ้นการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงในข้อต่อ ช่วยลดการเสียดสีเวลาขยับเข่า ส่วน คอลลาเจน ไทพ์ ทู (Collagen Type II) จะเน้นเข้าไปซ่อมแซมและบำรุง “กระดูกอ่อนผิวข้อ” โดยตรง ช่วยลดการอักเสบได้ดี หากทานคู่กันจะช่วยเสริมประสิทธิภาพกันได้เริ่ดสุด ๆ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนเลือกทาน
Q3: อาหารเสริมข้อเข่า ต้องกินนานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?
A: โดยปกติแล้ว ร่างกายจะใช้เวลาดูดซึมและเข้าไปฟื้นฟูบริเวณข้อต่อประมาณ 1-3 เดือน เมื่อทานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำค่ะ อาการปวดและเสียงดังก๊อบแก๊บจะค่อย ๆ ลดลง แต่ถ้าใครใจร้อน ไม่อยากรอ หรือมีอาการปวดรบกวนการใช้ชีวิต การเลือกใช้โปรแกรมฟื้นฟูข้อเข่าแบบตรงจุดอย่าง Joint Injection Program จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วขึ้นและอาจชัดเจนกว่า
Q4: คนที่มีโรคประจำตัว สามารถซื้ออาหารเสริมข้อเข่ามาทานเองได้ไหม?
A: ต้องระวังให้มากเลยนะ! โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน (กลูโคซามีนบางชนิดอาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด) หรือผู้ที่แพ้อาหารทะเล (กลูโคซามีนมักสกัดมาจากเปลือกสัตว์ทะเล) รวมถึงสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ไม่ควรซื้อมาทานเองเด็ดขาด ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความปลอดภัยก่อนเสมอ
Q5: ถ้าหยุดกินอาหารเสริมข้อเข่า อาการปวดเข่าจะกลับมาอีกไหม?
A: อาหารเสริมเป็นเพียงตัวช่วยชะลอความเสื่อม หากหยุดทานแต่พฤติกรรมทำร้ายข้อเข่ายังเหมือนเดิม เช่น ปล่อยให้น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ นั่งพับเพียบ นั่งยอง ๆ หรือใส่ส้นสูงเดินทั้งวัน อาการปวดก็มีโอกาสกลับมาทักทายได้แน่นอน การดูแลรักษาที่ยั่งยืนคือการปรับไลฟ์สไตล์คู่ไปกับการดูแลทางการแพทย์แบบองค์รวม
สรุป: อาหารเสริมข้อเข่า ช่วยได้จริง แต่ต้องรู้จักใช้ให้ถูกจุด
การใช้ อาหารเสริมข้อเข่า ไม่ว่าจะเป็นคอลลาเจน หรือ กลูโคซามีน ถือเป็นตัวช่วยที่ดีในการชะลอความเสื่อมและลดอาการปวดในระยะเริ่มต้น แต่ต้องทำความเข้าใจว่ามันไม่สามารถสร้างข้อเข่าใหม่ให้กลับมาดีได้ การดูแลสุขภาพข้อเข่าให้แข็งแรงแบบยั่งยืน ต้องทำควบคู่ไปกับการคุมน้ำหนัก ทานอาหารที่มีประโยชน์ เลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายข้อ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
สำหรับใครที่เริ่มมีอาการปวดเข่า หรือได้ยินเสียงหัวเข่าดังก๊อบแก๊บประท้วงเวลาขยับตัว อย่าปล่อยให้เรื้อรังจนหมดสนุกกับชีวิต! มาปรึกษาและวางแผนการดูแลสุขภาพข้อเข่าแบบองค์รวมที่ S’RENE by SLC กับโปรแกรมสุดล้ำอย่าง Joint Injection Program ทางเลือกฟื้นฟูข้อเข่าที่ให้คุณเซย์กู๊ดบายความปวดแบบไม่ง้อมีดหมอ ให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้แบบสุดปัง เดินสับ ๆ ได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง ทักเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราได้เลยวันนี้!
รายการอ้างอิง
The Association of UK Dietitians (BDA). (2023). Osteoarthritis and diet. สืบค้นจาก https://www.bda.uk.com/resource/osteoarthritis-diet.html
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. (ม.ป.ป.). ข้อเข่าเสื่อม ป้องกันอย่างไร ?. สืบค้นจาก https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82/
โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์. (2021). คำแนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกายในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม. สืบค้นจาก https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/exercise-for-knee

English
中文 (中国)


สามารถติดตาม S’RENE by SLC ได้ที่