เรื่องน่ารู้
Blogs

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร? ทำงานอย่างไร ใครบ้างที่ควรใช้?   

ใครที่อยากดูแลรูปร่างในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นกับเทรนด์ “ปากกาลดน้ำหนัก” หรือที่เรียกกันว่า “ปักปากกา” หรือคำว่า “ปักตระกร้า” โดยเป็นเรื่องถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในกลุ่มคนที่อยากดูแลรูปร่างและคนที่มีปัญหาน้ำหนักจนกระทบสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ลดน้ำหนักด้วยการคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร แต่หลายคนก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวยาคืออะไร ทำงานกับร่างกายอย่างไร และต่างจากยาลดน้ำหนักแบบกินที่เคยได้ยินมาตรงไหน 

บทความนี้จะพาไปไล่ตั้งแต่พื้นฐานว่าตัวยาทำงานกับร่างกายตรงไหน ทำไมแค่ฉีดสัปดาห์ละครั้งถึงช่วยให้กินน้อยลงได้ กลุ่มตัวยาที่ใช้กันในปัจจุบันต่างกันอย่างไร ไปจนถึงข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ 

**บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปเท่านั้น มิได้มีเจตนาเพื่อการโฆษณายาหรือเครื่องมือแพทย์แต่อย่างใด การใช้ยาทุกชนิดควรอยู่ภายใต้คำแนะนำและการดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร** 

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร? ใช้งานยังไง? 

ปากกาลดน้ำหนัก คือ ยาในกลุ่ม GLP-1 Receptor Agonist (GLP-1-RA) ที่บรรจุมาในรูปแบบ pre-filled syringe หรือปากกาฉีดสำเร็จรูป พร้อมเข็มขนาดเล็กสำหรับฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ตัวอุปกรณ์มีปุ่มหมุนปรับขนาดยา ใช้ฉีดเองได้ที่หน้าท้อง ต้นขา หรือต้นแขน  

จุดที่ทำให้ปากกาลดน้ำหนักต่างจากยาลดน้ำหนักแบบรับประทานรุ่นเก่า เช่นกลุ่มแอมเฟตามีน (Amphetamines) และ ไซบูทรามีน (Sibutramine)  คือ ตัวยาไม่ได้ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางให้ไม่หิว แต่ออกแบบมาให้เลียนแบบฮอร์โมนที่ร่างกายหลั่งเองตามธรรมชาติหลังกินอาหาร จึงทำให้รู้สึกอิ่มในแบบที่ใกล้เคียงกับกลไกปกติของร่างกายมากกว่า 

เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมการเลียนแบบฮอร์โมนถึงช่วยลดน้ำหนักได้ ต้องเริ่มจากการรู้จักฮอร์โมนสามตัวที่เกี่ยวข้องก่อน 

รู้จัก GLP-1, GIP และ Glucagon ฮอร์โมนเบื้องหลังการลดน้ำหนัก 

GLP-1 ฮอร์โมนแห่งความอิ่ม 

GLP-1 หรือ Glucagon-Like Peptide-1 เป็นฮอร์โมนในกลุ่ม Incretin ที่ลำไส้เล็กหลั่งออกมาหลังรับประทานอาหาร หน้าที่หลักคือส่งสัญญาณบอกร่างกายว่าได้รับพลังงานเข้ามาแล้ว โดยทำงานหลายอย่างพร้อมกัน 

  • กระตุ้นการหลั่งอินซูลินตามระดับน้ำตาล เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น GLP-1 จะกระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งอินซูลินมาช่วยปรับให้ลดลง โดยทำงานเฉพาะตอนที่น้ำตาลในเลือดสูง จึงลดโอกาสที่ระดับน้ำตาลในเลือดจะต่ำเกินไป 
  • ชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร อาหารจึงอยู่ในกระเพาะนานขึ้น ทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานกว่าปกติ 
  • ส่งสัญญาณความอิ่มไปยังสมอง GLP-1 ออกฤทธิ์ที่สมองส่วนไฮโปทาลามัส ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมความหิว ผลที่ตามมาคือความอยากอาหารลดลง 

ปัญหาคือ GLP-1 ที่ร่างกายสร้างเองสลายตัวเร็วมาก ความรู้สึกอิ่มจึงอยู่ได้ไม่นาน และในคนที่มีน้ำหนักเกินมาก ระบบฮอร์โมนกลุ่มนี้มักทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงรู้สึกหิวบ่อยและอิ่มยากกว่าคนทั่วไป 

GIP ตัวเสริมเรื่องการเผาผลาญไขมัน 

GIP หรือ Glucose-Dependent Insulinotropic Polypeptide เป็นฮอร์โมนกลุ่ม Incretin อีกตัวที่หลั่งจากลำไส้เล็กส่วนต้น บทบาทเด่นอยู่ที่การเสริมการหลั่งอินซูลินและช่วยเรื่องการเผาผลาญพลังงานกับไขมัน 

GIP ไม่ได้เด่นเรื่องลดความอยากอาหารเท่า GLP-1 แต่เมื่อทำงานร่วมกัน ทั้งสองตัวเสริมกันได้ดี โดยเฉพาะการลดการสะสมไขมันในช่องท้องและเพิ่มการสลายไขมัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ยารุ่นใหม่บางตัวออกแบบให้กระตุ้นทั้งสองตัวรับพร้อมกัน 

แปลภาษาไทยจากต้นฉบับ Rizvi AA, Rizzo M. Diabetes Metab Syndr Obes. 2022;15:1023-1030. Published 2022 Apr 5. doi:10.2147/DMSO.S351982

Glucagon ฮอร์โมนที่ทำงานสวนทาง 

Glucagon เป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ตรงข้ามกับอินซูลิน คือเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดด้วยการกระตุ้นให้ตับปล่อยน้ำตาลที่สะสมไว้ออกมา ในแง่การควบคุมน้ำหนัก GLP-1 จะช่วยยับยั้งการหลั่ง Glucagon ส่วนเกิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดนิ่งขึ้น 

ที่น่าสนใจคือ Glucagon เองก็มีด้านที่ช่วยเรื่องการเผาผลาญพลังงาน ยากลุ่มทดลองรุ่นใหม่ล่าสุดจึงเริ่มออกแบบให้ออกฤทธิ์กับตัวรับ Glucagon ร่วมด้วย ซึ่งจะกล่าวถึงในส่วนของกลุ่มตัวยาต่อไป 

กลไกการทำงานของ ปากกาลดน้ำหนัก 

เมื่อฉีดยาเข้าใต้ผิวหนัง ตัวยาจะเลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ตามธรรมชาติ แต่ถูกปรับโครงสร้างให้ทนต่อการถูกทำลายในร่างกายได้นานกว่า บางตัวอยู่ได้ถึงระดับสัปดาห์ จึงฉีดเพียงสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ 

ผลที่เกิดขึ้นคือร่างกายได้รับสัญญาณความอิ่มต่อเนื่อง ความอยากอาหารลดลง อาหารย่อยช้าลง และระดับน้ำตาลในเลือดสมดุลขึ้น เมื่อกินน้อยลงอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องฝืนอดอาหาร น้ำหนักจึงค่อย ๆ ลดลงตามมา ทั้งหมดนี้ต่างจากยาลดน้ำหนักรุ่นเก่าที่ใช้วิธีกดประสาทส่วนกลาง ซึ่งมักมาพร้อมอาการใจสั่น นอนไม่หลับ และเสี่ยงกลับมาน้ำหนักขึ้นเร็วหลังหยุดยา 

กลุ่มตัวยา GLP-1-RA ที่ใช้ในปัจจุบัน มีอะไรบ้าง 

แม้จะเรียกรวม ๆ ว่าปากกาลดน้ำหนัก แต่ตัวยาในกลุ่มนี้มีหลายชนิด ออกฤทธิ์ผ่านตัวรับต่างกัน ตั้งแต่ตัวเดียว สองตัว ไปจนถึงสามตัวในยารุ่นทดลอง ความแตกต่างนี้ส่งผลโดยตรงต่อความถี่ในการใช้และระดับผลลัพธ์ในการศึกษา 

ตารางด้านล่างสรุปคุณสมบัติของตัวยาแต่ละชนิดจากข้อมูลการศึกษาทางคลินิก เพื่อให้เห็นภาพรวมก่อนลงรายละเอียด 

ชื่อสามัญ  กลไก (ตัวรับที่ออกฤทธิ์)  ความถี่ใช้  ผลลดน้ำหนักในการศึกษา  สถานะในไทย 
Liraglutide  GLP-1  วันละครั้ง  ราว 5–8% ของน้ำหนักตัว  มีแบรนด์ที่ขึ้นทะเบียน อย. แล้ว 
Semaglutide  GLP-1  สัปดาห์ละครั้ง  ราว 15% ของน้ำหนักตัว  มีแบรนด์ที่ขึ้นทะเบียน อย. แล้ว 
Tirzepatide  GLP-1 + GIP (dual)  สัปดาห์ละครั้ง  ราว 20–22.5% ของน้ำหนักตัว   มีแบรนด์ที่ขึ้นทะเบียน อย. แล้ว 
Retatrutide  GLP-1 + GIP + Glucagon (triple)  สัปดาห์ละครั้ง  ราว 28.7% ในการศึกษา TRIUMPH-4 (Phase III)  ยังไม่อนุมัติให้ใช้นอกจากวิจัย  

หมายเหตุ: ตัวเลขผลลัพธ์เป็นค่าจากการศึกษาทางคลินิกที่ขนาดยาสูงสุดและระยะเวลาต่างกัน ผลในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกาย พฤติกรรมการกิน และการออกกำลังกายร่วมด้วย 

ทำความรู้จักตัวยาใน ปากกาลดน้ำหนัก 

  • Liraglutide เป็นยากลุ่ม GLP-1-RA รุ่นแรก ๆ ที่นำมาใช้ดูแลน้ำหนัก โครงสร้างคล้ายฮอร์โมน GLP-1 ธรรมชาติราว 97% แต่ปรับแต่งให้ออกฤทธิ์นานขึ้น อย่างไรก็ตามตัวยายังถูกทำลายในร่างกายค่อนข้างเร็ว จึงต้องฉีดทุกวัน ในการศึกษาช่วยลดน้ำหนักได้ราว 5–8% ของน้ำหนักตัว 
  • Semaglutide ถูกพัฒนาให้ทนต่อการสลายตัวได้ดีกว่ามาก ออกฤทธิ์ได้นานระดับสัปดาห์ จึงฉีดเพียงสัปดาห์ละครั้ง และจับกับตัวรับ GLP-1 ได้แน่นกว่า จึงควบคุมความอยากอาหารและน้ำหนักได้ชัดเจนขึ้น โดยการศึกษากลุ่ม STEP พบว่าช่วยลดน้ำหนักได้เฉลี่ยราว 15% ของน้ำหนักตัวเมื่อใช้ต่อเนื่อง 
  • Tirzepatide เป็นยาที่ออกฤทธิ์ผ่านสองตัวรับพร้อมกัน คือ GLP-1 และ GIP จึงเรียกว่า dual agonist การกระตุ้น GIP ร่วมด้วยช่วยเสริมเรื่องการเผาผลาญและลดการสะสมไขมันในช่องท้อง ผลลัพธ์ในการศึกษากลุ่ม SURMOUNT จึงสูงกว่าการใช้ GLP-1RA เพียงอย่างเดียว โดยลดน้ำหนักได้ราว 20–22.5% ของน้ำหนักตัวที่ขนาดยาสูงสุด ใช้ฉีดสัปดาห์ละครั้งเช่นกัน 

Retatrutide ยาลดน้ำหนักใหม่ล่าสุดที่ยังไม่ได้รับอนุมัติ

Retatrutide เป็นตัวยาที่กำลังได้รับความสนใจในแวดวงการแพทย์ เพราะออกฤทธิ์ผ่านสามตัวรับพร้อมกัน คือ GLP-1, GIP และ Glucagon receptor agonist (triple agonist) ล่าสุดในการศึกษา TRIUMPH-4 ซึ่งเป็น Phase III trial แรกที่รายงานผล พบว่าที่ขนาดยา 12 mg ลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 28.7% ของน้ำหนักตัวที่ 68 สัปดาห์ในกลุ่มผู้ที่มีภาวะอ้วนร่วมกับข้อเสื่อมบริเวณเข่า ซึ่งสูงกว่าตัวยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน 

คำเตือน: แม้ผลของ TRIUMPH-4 จะออกมาน่าสนใจ แต่ Retatrutide ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยหรือประเทศใด (ณ มิถุนายน 2026) และยังอยู่ระหว่างการยื่นจดทะเบียน จึงยังไม่อนุญาตให้ใช้ในบุคคลทั่วไป ข้อมูลที่กล่าวถึงเป็นเพียงผลการศึกษาเพื่อให้เห็นทิศทางของยากลุ่มนี้ในอนาคต 

ปากกาลดน้ำหนัก เหมาะกับใครบ้าง? 

ปากกาลดน้ำหนัก เหมาะกับผู้ใหญ่ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป ซึ่งเข้าเกณฑ์ภาวะอ้วน รวมถึงผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไปและมีภาวะสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักร่วมด้วย เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ หรือภาวะไขมันพอกตับ 

อีกกลุ่มที่มักได้ประโยชน์คือคนที่พยายามคุมอาหารและออกกำลังกายมาแล้วแต่น้ำหนักไม่ลดเท่าที่ควร เพราะตัวยาช่วยจัดการกับต้นเหตุอย่างความหิวและความอยากอาหารที่เป็นอุปสรรคหลักในการควบคุมน้ำหนัก ทั้งนี้การประเมินว่าตัวยาและขนาดยาที่เหมาะสมเป็นแบบใด ควรอยู่ภายใต้การพิจารณาของแพทย์เป็นรายบุคคล 

ใครที่ยังไม่ควรใช้ ปากกาลดน้ำหนัก 

ยากลุ่มนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน บางภาวะจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงหรือต้องประเมินอย่างรอบคอบเป็นพิเศษ 

  • ผู้ที่มีประวัติมะเร็งไทรอยด์ชนิด Medullary หรือกลุ่มอาการ MEN 2 ทั้งในตัวเองและในครอบครัวใกล้ชิด ควรหลีกเลี่ยงยากลุ่มนี้ตามคำแนะนำของแพทย์ 
  • ผู้ที่มีประวัติตับอ่อนอักเสบ เนื่องจากตัวยาอาจส่งผลต่อตับอ่อน จึงต้องแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ 
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เพราะยังไม่มีข้อมูลรับรองความเหมาะสมในกลุ่มนี้ อีกทั้งตัวยายังผ่านทางน้ำนมได้ 
  • ผู้ที่มีภาวะไตเสื่อมรุนแรง ต้องได้รับการประเมินการทำงานของไตก่อนเริ่มยา เพราะอาการข้างเคียงบางอย่างอาจกระทบไตได้ 

ผู้ที่อยู่นอกกลุ่มข้างต้นก็ยังควรเข้ารับการประเมินสุขภาพโดยรวมจากแพทย์ก่อนเริ่มยาทุกครั้ง เพราะปากกาลดน้ำหนักจัดเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น 

ผลข้างเคียงของ ปากกาลดน้ำหนัก ที่พบ และการดูแลอาการ 

อาการข้างเคียงที่พบบ่อยอยู่ในระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือท้องผูก อาการเหล่านี้มักเกิดในช่วงแรกที่ร่างกายกำลังปรับตัว และค่อย ๆ ลดลงเมื่อใช้ต่อเนื่อง 

วิธีจัดการที่ใช้กันคือการเริ่มยาในขนาดต่ำก่อน แล้วค่อย ๆ ปรับเพิ่มขนาดตามแผนของแพทย์ (titration) เพื่อให้ร่างกายปรับตัวได้ทัน นอกจากนี้การปรับพฤติกรรมการกิน เช่น กินมื้อเล็กลงแต่บ่อยขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงและรสจัด รวมถึงดื่มน้ำให้เพียงพอ ก็ช่วยลดอาการไม่สบายท้องในช่วงแรกได้ 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ปากกาลดน้ำหนัก 

ปากกาลดน้ำหนักต่างจากยาลดน้ำหนักแบบกินอย่างไร  

ยาลดน้ำหนักแบบกินรุ่นเก่าหลายตัวออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางให้ไม่หิว ซึ่งมักมาพร้อมอาการใจสั่น นอนไม่หลับ และเสี่ยงกลับมาน้ำหนักขึ้นหลังหยุดยา ส่วนปากกาลดน้ำหนักเลียนแบบฮอร์โมนความอิ่มตามธรรมชาติ และอยู่ภายใต้การติดตามของแพทย์ 

หยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักแล้วจะโยโย่ไหม  

ตอบได้ตรง ๆ ว่ามีโอกาสน้ำหนักขึ้นหลังหยุดยา จากการวิเคราะห์ข้อมูลรวมของ clinical trial หลายชุด พบว่าภายใน 1 ปีหลังหยุดยา น้ำหนักกลับขึ้นมาราว 60% ของที่ลดไประหว่างใช้ยา และมีแนวโน้มคงที่อยู่ที่ประมาณ 75% ในระยะยาว ซึ่งหมายความว่าแม้หยุดยาไปแล้ว น้ำหนักตัวยังไม่กลับไปเท่าเดิมก่อนเริ่มใช้ยา 

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่ม แต่ละคนตอบสนองต่างกันขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการกินหลังหยุดยา การออกกำลังกาย และรูปแบบการค่อย ๆ ลดขนาดยาก่อนหยุด (dose tapering) ซึ่งข้อมูลชี้ให้เห็นว่าช่วยรักษาน้ำหนักได้ดีกว่าการหยุดทันที 

ต้องใช้ปากกาลดน้ำหนักตลอดไปไหม  

ไม่จำเป็นเสมอไป เมื่อถึงน้ำหนักที่เหมาะสมแล้วพิจารณาหยุดยาได้ตามคำแนะนำของแพทย์ แต่ต้องดูแลสุขภาพต่อเนื่องเพื่อคงผลลัพธ์ไว้ 

ใช้ปากกาลดน้ำหนักกี่สัปดาห์ถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง  

โดยทั่วไปเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ของการใช้ แต่ผลที่ชัดเจนต้องอาศัยการใช้ต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสมร่วมกับการปรับพฤติกรรม 

ดูแลน้ำหนักอย่างเข้าใจกับ S’RENE by SLC 

การลดน้ำหนักที่ได้ผลและรักษาไว้ได้ในระยะยาว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวยาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องปรับพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย รวมถึงประเมินสภาพร่างกายของแต่ละคนให้ละเอียดก่อนวางแผนการดูแลน้ำหนัก โดยที่ S’RENE by SLC มีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันคอยประเมินสุขภาพ ตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย และออกแบบแนวทางดูแลน้ำหนักเฉพาะบุคคล พร้อมติดตามผลอย่างใกล้ชิด 

ผู้ที่สนใจ โปรแกรมลดความอยากอาหาร Hunger Reset สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเริ่มได้ โดยแพทย์จะพิจารณาตัวยา ขนาด และจำนวนครั้งให้สอดคล้องกับสภาพร่างกายและเป้าหมายของแต่ละคน 

สนใจ จองคิวปรึกษาและรับบริการได้ที่ https://booking.slc-group.com/ 

**บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปเท่านั้น มิได้มีเจตนาเพื่อการโฆษณายาหรือเครื่องมือแพทย์แต่อย่างใด การใช้ยาทุกชนิดควรอยู่ภายใต้คำแนะนำและการดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร** 

ติดต่อนัดหมายปรึกษาแพทย์ได้ที่: 

  • สาขา ทองหล่อ ชั้น 4 — โทร 064 184 5237 
  • สาขา ชาน แจ้งวัฒนะ 14 ชั้น 2 — โทร 099 807 7261 
  • สาขา พาราไดซ์ พาร์ค ชั้น 3 — โทร 081 249 7055 
  • สาขา เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 6 — โทร 080 245 7669 
  • สาขา สยาม — โทร 064 139 6390 และ 081 249 6392 

LINE Official: @SRENEbySLC 

ดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ** เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ 

 

รายการอ้างอิง 

Puckey, M. (2025). Wegovy. Drugs.com. Retrieved May 13, 2025, from https://www.drugs.com/wegovy.html 

European Medicines Agency. (2023, April). Wegovy: EPAR – Medicine Overview. Retrieved May 13, 2025, from https://www.ema.europa.eu/en/medicines/human/EPAR/wegovy 

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (n.d.). รายละเอียดผลิตภัณฑ์ยา: WEGOVY 0.25 MG FLEXTOUCH. Retrieved May 13, 2025, from https://pertento.fda.moph.go.th/FDA_INFORMATION_DRUG/Home/Phar_Product_Inform_Page?Newcode=U1DR1C1072661505311C 

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (n.d.). รายละเอียดผลิตภัณฑ์ยา: OZEMPIC 0.25 MG. Retrieved May 13, 2025, from https://pertento.fda.moph.go.th/FDA_INFORMATION_DRUG/Home/Phar_Product_Inform_Page?Newcode=U1DR1C1072631502311C 

Novo Nordisk. (n.d.). Wegovy. Retrieved May 13, 2025, from https://www.wegovy.com/ 

Novo Nordisk. (n.d.). How Saxenda® works. Retrieved May 13, 2025, from https://www.saxenda.com/about-saxenda/how-it-works.html 

Pi-Sunyer, X., Astrup, A., Fujioka, K., Greenway, F., Halpern, A., Krempf, M., Lau, D. C., le Roux, C. W., Violante Ortiz, R., Jensen, C. B., Wilding, J. P., & SCALE Obesity and Prediabetes NN8022-1839 Study Group (2015). A Randomized, Controlled Trial of 3.0 mg of Liraglutide in Weight Management. The New England journal of medicine, 373(1), 11–22. https://doi.org/10.1056/NEJMoa1411892  

Aronne, L. J., Horn, D. B., le Roux, C. W., Ho, W., Falcon, B. L., Gomez Valderas, E., Das, S., Lee, C. J., Glass, L. C., Senyucel, C., Dunn, J. P., & SURMOUNT-5 Trial Investigators (2025). Tirzepatide as Compared with Semaglutide for the Treatment of Obesity. The New England journal of medicine, 393(1), 26–36. https://doi.org/10.1056/NEJMoa2416394  

Bergmann, N. C., Davies, M. J., Lingvay, I., & Knop, F. K. (2023). Semaglutide for the treatment of overweight and obesity: A review. Diabetes, obesity & metabolism, 25(1), 18–35. https://doi.org/10.1111/dom.14863  

Horn, D. B., Aronne, L. J., Wharton, S., Bays, H. E., le Roux, C. W., Srinath, R., Gomez-Valderas, E., Arad, A. D., Das, S., Dunn, J. P., Ribeiro, A., Glass, L. C., & Lee, C. J. (2026). Tirzepatide for maintenance of bodyweight reduction in people with obesity in the USA (SURMOUNT-MAINTAIN): a multicentre, double-blind, randomised, placebo-controlled trial. Lancet (London, England), 407(10545), 2305–2318. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(26)00656-2  

Giblin, K., Kaplan, L. M., Somers, V. K., Le Roux, C. W., Hunter, D. J., Wu, Q., Lalonde, A., Ahmad, N., & Bethel, M. A. (2026). Retatrutide for the treatment of obesity, obstructive sleep apnea and knee osteoarthritis: Rationale and design of the TRIUMPH registrational clinical trials. Diabetes, obesity & metabolism, 28(1), 83–93. https://doi.org/10.1111/dom.70209 [Text Wrapping Break][Text Wrapping Break]A Study of Retatrutide (LY3437943) Once Weekly in Participants Who Have Obesity or Overweight and Osteoarthritis of the Knee (TRIUMPH-4) https://clinicaltrials.gov/study/NCT05931367  

Rizvi, A. A., & Rizzo, M. (2022). The Emerging Role of Dual GLP-1 and GIP Receptor Agonists in Glycemic Management and Cardiovascular Risk Reduction. Diabetes, metabolic syndrome and obesity : targets and therapy, 15, 1023–1030. https://doi.org/10.2147/DMSO.S351982 

 

 

สามารถติดตาม S’RENE by SLC ได้ที่